Page 310 - book.sakeao62
P. 310

เอกสารโครงการพัฒนาการจัดการศึกษาจังหวัดสระแก้ว :

                                                             การส่งเสริมสมรรถนะและทักษะสําคัญในศตวรรษที่ 21 หน้า 69


                                                            ใบความรู้
                                                        กิจกรรมฉิ่งฉับทัวร์

                       จังหวะในดนตรีไทย

                              จังหวะเป็นศิลปะการจัดระบบเสียงที่เกี่ยวข้องกับความช้าเร็ว ความหนักเบาและความสั้น – ยาว
                       องค์ประกอบเหล่านี้ หากนํามาร้อยเรียงตามหลักวิชาการดนตรีแล้ว สามารถที่จะสร้างสรรค์ให้เกิดลีลา

                       จังหวะอันหลากหลาย จังหวะของดนตรีไทย มี 2 ประเภท คือ
                              1. จังหวะฉิ่ง เป็นจังหวะที่เกิดจากการกระทําของฉิ่ง มีระเบียบการบรรเลงแตกต่างกัน
                       ออกไป ตามลักษณะของประเภทเพลงและสําเนียงของเพลง ถึงแม้ว่าฉิ่งจะมีศักยภาพในการผลิตเสียง

                       เพียง 2 เสียง คือ เสียง “ฉิ่ง” และเสียง “ฉับ”  ก็ตาม
                              2. จังหวะหน้าทับ เป็นจังหวะที่เกิดจากการกระทําของเครื่องหนังหรือกลอง ความหนัก–เบา ของ

                       เสียงที่ผลิตหมุนเวียน สลับสับเปลี่ยนกันไปมานั้น มีผลอย่างมากต่อการสร้างสีสันให้แก่บทเพลงแต่เดิม
                       ทีเดียววัตถุประสงค์หลักของหน้าทับมีไว้เพื่อวัดขนาดของบทเพลงว่า ขาดหรือเกินหรือไม่หน้าทับที่ใช้

                       บรรเลงในดนตรีไทยมีหลายประเภท แต่หน้าทับที่มักจะได้ยินได้ฟังเสมอ คือ หน้าทับปรบไก่ และหน้าทับสองไม้


                       ฉิ่ง










                                                                ภาพ ฉิ่ง

                               ที่มา: https://www.dreamstime.com/royalty-free-stock-images-thai-farmer-buffalo-
                                                     thailand-image34024599

                              ฉิ่ง เป็นเครื่องดนตรีที่มีเล่นกันมาช้านานแล้ว ในราวสมัยสุโขทัย เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี
                       ทําด้วยทองเหลือง หล่อหนา ปากผายกลม 1 ชุดมี 2 ฝา ฉิ่งมี 2 ชนิดคือ ฉิ่งสําหรับวงปี่พาทย์ และ ฉิ่งที่ใช้

                       สําหรับวงเครื่องสาย และวงมโหรี ฉิ่งสําหรับวงปี่พาทย์มีขนาดที่วัดฝ่านศูนย์กลาง จากขอบข้างหนึ่ง
                       ไปสุดขอบอีกข้างหนึ่ง กว้างประมาณ 6 – 6.5 ซม เจาะรูตรงกลางสําหรับร้อยเชือก เพื่อให้จับสะดวก

                       ขณะตี ส่วนฉิ่งสําหรับวงเครื่องสายและวงมโหรีนั้น มีขนาดเล็กกว่า วัดผ่านศูนย์กลางได้ขนาดประมาณ
                       5.5 ซม. เนื่องจากการตีฉิ่ง ต้องเอาขอบของฝาข้างหนึ่งกระทบกับอีกฝากหนึ่ง แล้วยกขึ้น ก็จะมีเสียงดัง
   305   306   307   308   309   310   311   312   313   314   315