Page 312 - book.sakeao62
P. 312
เอกสารโครงการพัฒนาการจัดการศึกษาจังหวัดสระแก้ว :
การส่งเสริมสมรรถนะและทักษะสําคัญในศตวรรษที่ 21 หน้า 71
• เครื่องดีด
• เครื่องสี
• เครื่องตี
• เครื่องเป่า
ใกล้เคียงกับลักษณะเครื่องดนตรีอินเดียตามที่กล่าวไว้ในคัมภีร์ "สังคีตรัตนากร" ของ
อินเดีย ซึ่งจําแนกเป็น 4 ประเภท เช่นกันคือ
• ตะตะ คือ เครื่องดนตรี ประเภทมีสาย
• สุษิระ คือ เครื่องเป่า
• อะวะนัทธะ หรือ อาตตะ คือ เครื่องหุ้มหนัง หรือ กลอง ต่าง ๆ
• ฆะนะ คือ เครื่องตี หรือ เครื่องกระทบ
การสันนิษฐานเกี่ยวกับ กําเนิดหรือที่มาของดนตรีไทยตามแนวทัศนะข้อนี้ เป็นทัศนะที่มี
มาแต่เดิม นับตั้งแต่ได้มีผู้สนใจ และได้ทําการค้นคว้าหาหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นและนับว่าเป็นทัศนะที่
ได้รับการนํามากล่าวอ้างกันมาก บุคคลสําคัญที่เป็น ผู้เสนอแนะแนวทางนี้คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระยาดํารงราชานุภาพ พระบิดาแห่งวงการประวัติศาสตร์ของไทย
ทัศนะที่ 2 สันนิษฐานว่า ดนตรีไทย เกิดจากความคิดและสติปัญญาของคนไทย
เกิดขึ้นมาพร้อมกับคนไทย ตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีนแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากดนตรีเป็น
มรดกของมนุษยชาติทุกชาติทุกภาษาต่างก็มีดนตรีซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ของตนด้วยกันทั้งนั้น ถึงแม้ว่าใน
ภายหลัง จะมีการรับเอาแบบอย่าง ดนตรี ของต่างชาติเข้ามาก็ตามแต่ก็เป็นการนําเข้ามาปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับลักษณะและนิสัยทางดนตรีของคนในชาตินั้น ๆ ไทยเราตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่
ทางตอนใต้ของประเทศจีน ก็คงจะมีดนตรีของเราเองเกิดขึ้นแล้ว ทั้งนี้จะสังเกตเห็นได้ว่า เครื่องดนตรี
ดั้งเดิมของไทย จะมีชื่อเรียกเป็นคําโดด ซึ่งเป็นลักษณะของคําไทยแท้ เช่น
• เกราะ, โกร่ง, กรับ
• ฉาบ, ฉิ่ง
• ปี่, ขลุ่ย
• ฆ้อง, กลอง เป็นต้น
ต่อมาเมื่อไทยได้อพยพลงมาตั้งถิ่นฐานในแถบแหลมอินโดจีน จึงได้มาพบวัฒนธรรมแบบ
อินเดียโดยเฉพาะเครื่องดนตรีอินเดีย ซึ่งชนชาติมอญ และ เขมร รับไว้ก่อนที่ไทยจะอพยพเข้ามา ด้วยเหตุ
นี้ชนชาติไทยซึ่งมีนิสัยทางดนตรีอยู่แล้ว จึงรับเอาวัฒนธรรมทางดนตรีแบบอินเดีย ผสมกับแบบมอญและ
เขมร เข้ามาผสมกับดนตรีที่มีมาแต่เดิมของตน จึงเกิดเครื่องดนตรีเพิ่มขึ้นอีก ได้แก่
• พิณ
• สังข์
• ปี่ไฉน

