Page 12 - E-การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์
P. 12
5
้
2. ทฤษฎี ERG (ERG Theory) (จิราภรณ์ ตั้งกิตติภาภรณ์, 2532, หน้า 10-11อางถึงใน ชาคริต เรือง
ประพันธ์, 2556, หน้า 50-51) อัลเดอร์เฟอร์ (Clayton Alderfer) มีความเชื่อว่า ความต้องการมีอิทธิพลต่อการแสดง
ั
พฤติกรรมของมนุษย์เช่นเดียวกับมาสโลว์ (Maslow) แต่ความต้องการตามแนวคิด อลเฟอร์เฟอร์ แบ่งออกเป็น 3
กลุ่มใหญ่ด้วยกันคือ
ื่
1. ความต้องการเพอการด ารงชีวิต (existence needs) เป็นความต้องการทางกายภาพ และความต้องการ
ทางวัตถุที่ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตอยู่รอดได้ เช่น อาหาร น้า ที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นค่าจ้างแรงงาน ความมั่นคง สวัสดิ
ื่
ภาพ ความปลอดภัย ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้เมื่อเปรียบเทียบกับทฤษฎีของมาสโลว์ ความต้องการเพอความต้องการดารง
ชีวิตจะรวมส่วนที่เป็นความต้องการด้านสรีระทั้งหมด กับบางส่วนของความต้องการความมั่นคงปลอดภัย
2. ความต้องการด้านความสัมพนธ์ (relatedness needs) เป็นความต้องการที่รวมความต้องการทางสังคม
ั
ั
ความต้องการความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย ในความสัมพนธ์ระหว่างบุคคล การรับได้การยอมรับ การมีชื่อเสียง และการ
ได้รับยกย่องจากสังคม เมื่อเทียบกับทฤษฎีของมาสโลว์ ความต้องการด้านความสัมพนธ์นี้จะรวมถึงส่วนที่เป็นความ
ั
ต้องการความมั่นคง ปลอดภัย ความต้องการทางสังคม และบางส่วนของความต้องการเกียรติ และศักดิ์ศรี
3. ความต้องการเติบโต (growth needs) เป็นความต้องการทั้งหมดเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง ความก้าวหน้า
ในวิชาชีพ ความภูมิใจในตนเอง ตลอดจนการเข้าใจตนเองและการใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ อัลเดอร์เฟอร์
ตั้งทฤษฎีนี้ โดยมีแนวคิดพื้นฐาน ดังนี้
1. มนุษย์อาจมีความต้องการหลาย ๆ อย่าง เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันได้ โดยไม่จ าเป็นว่าต้องการ
เบื้องล่างจะต้องได้รับการตอบสนองก่อนจึงจะเกิดความต้องการเบื้องสูง
2. ความต้องการยิ่งได้รับการตอบสนองน้อยเท่าใด บุคคลก็จะต้องมีความต้องการแต่ละประเภท
เพิ่มมากขึ้น
3. ความต้องการระดับต่ ายิ่งได้รับการตอบสนองมากเท่าใด บุคคลก็จะมีความต้องการระดับสูงมาก
ขึ้นไปอีก
4. ความต้องการระดับสูงยังได้รับการตอบสนองน้อยเท่าใดก็จะมีความต้องการในระดับต่ ามากขึ้น
เท่านั้น
Bloom (1976, pp. 72-74 อางถึงใน มลฤดี สิงห์นุกูล, 2555, หน้า 52 ) ได้กล่าวว่า ถ้าสามารถจัดให้
้
นักเรียนได้ท ากิจกรรมตามที่ตนต้องการ ก็จะคาดหวังได้แน่นอนว่า นักเรียนทุกคนได้เตรียมใจส าหรับกิจกรรมที่
ตนเองเลือกนั้น ด้วยความกระตือรือร้น พร้อมทั้งความมั่นใจ เราสามารถสังเกตเห็นความแตกต่างของความพร้อมด้าน
จิตใจได้ชัดเจน จากการปฏิบัติของนักเรียน ต่องานที่เป็นวิชาบังคับ กับวิชาเลือก หรือจากสิ่งนอกโรงเรียนที่นักเรียน
อยากเรียน เช่น เกม ดนตรีบางชนิด การขับรถยนต์ หรืออะไรบางอย่างที่นักเรียนอาสาสมัคร และตัดสินใจโดยเสรีใน
การเรียน มีความกระตือรือร้น มีความพึงพอใจ และมีความสนใจเมื่อเริ่มเรียนจะท าให้นักเรียนเรียนได้เร็วและประสบ
ความส าเร็จสูง อย่างไรก็ตาม Bloom เห็นว่าวิธีนี้ค่อนข้างเป็นอุดมคติที่จัดได้ล าบาก ในการด าเนินกิจกรรมการเรียน
การสอน ความพึงพอใจเป็นสิ่งส าคัญที่กระตุ้นให้ผู้เรียนท างานที่ได้รับมอบหมาย หรือต้องการปฏิบัติให้บรรลุผล ตาม
ี
วัตถุประสงค์ครูผู้สอนซึ่งในสภาพปัจจุบันเป็นเพยงผู้อานวยความสะดวกหรือให้ค าแนะน าปรึกษาจึงต้องค านึงถึง
ึ
ื้
ความพงพอใจในการเรียนรู้ การท าให้ผู้เรียนเกิดความพงพอใจในการเรียนรู้หรือการปฏิบัติงานมีแนวคิดพนฐานที่
ึ
แตกต่างกัน 2 ลักษณะคือ (สมยศ นาวีการ, 2547, หน้า 155 )
1. ความพึงพอใจน าไปสู่การปฏิบัติงาน การตอบสนองความต้องการผู้ปฏิบัติงานจนเกิดความพึงพอใจจะท า
ให้เกิดแรงจูงใจในการเพมประสิทธิภาพในการท างานที่สูงกว่าไม่ได้รับการตอบสนอง จากแนวคิดดังกล่าว ครูผู้สอน
ิ่
ที่ต้องการให้กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญบรรลุผลส าเร็จจึงต้องค านึงถึง การจัดบรรยากาศและ

