Page 30 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 30
2 ความรู้เบื้องต้นของเคมีอินทรีย์
1.3 โครงสร้างของอะตอม
สสารทุกชนิดประกอบด้วย อะตอม ในอะตอมจะประกอบด้วยอนุภาคมูลฐาน 3 ชนิด คือ
โปรตอนที่มีประจุบวก นิวตรอนที่สภาพเป็นกลาง และอิเล็กตรอนที่มีประจุเป็นลบ โปรตอนและ
นิวตรอนจะกระจุกตัวอยู่ตรงกลางของนิวเคลียส ส่วนอิเล็กตรอนจะอยู่ในกลุ่มหมอกอิเล็กตรอนซึ่งจะ
อยู่รอบ ๆ นิวเคลียส ดังแสดงในภาพที่ 1.1
ภาพที่ 1.1 แบบจำลองอะตอม
ปรับปรุงจาก : Smith, J. (2010). Organic Chemistry: McGraw-Hill Education. p 7
จำนวนโปรตอนในนิวเคลียสจะเรียกว่า เลขอะตอม และจะมีเท่ากับจำนวนอิเล็กตรอนในอะตอม
ยกตัวอย่างเช่น อะตอมของคาร์บอน มีเลขอะตอมเท่ากับ 6 แสดงว่ามีจำนวนโปรตอนอยู่ 6 โปรตอน
และมีจำนวนอิเล็กตรอนอยู่ 6 อิเล็กตรอนด้วย โดยปกติเมื่อจำนวนโปรตอนเปลี่ยนอะตอมของธาตุนั้น
ก็จะเปลี่ยนชนิดไป เช่น คาร์บอนอะตอมมีโปรตอน 6 โปรตอน และเมื่อจำนวนโปรตอนเปลี่ยนไปเป็น
7 ก็จะกลายเป็นธาตุไนโตรเจน เป็นต้น ส่วนจำนวนนิวตรอนในนิวเคลียสจะไม่ได้มีค่าเท่ากับจำนวน
โปรตอนหรืออิเล็กตรอน แต่จะส่งผลต่อน้ำหนักของอะตอม ซึ่งเลขมวลอะตอมจะเท่ากับจำนวน
โปรตอนและนิวตรอนในนิวเคลียสรวมกัน เมื่อธาตุชนิดเดียวกัน (จำนวนโปรตอนเท่ากัน) แต่จำนวน
นิวตรอนต่างกันจะเรียกว่า ไอโซโทป (isotope) ยกตัวอย่างเช่น ไอโซโทปของธาตุไฮโดรเจน ซึ่งมีใน
ธรรมชาติ 3 ชนิด คือ ไฮโดรเจนอะตอมที่มี 1 โปรตอนและไม่มีนิวตรอน ( H) ชนิดที่ 2 คือ มี 1
1
1
โปรตอนและมี 1 นิวตรอน ( D) ไอโซโทปชนิดนี้จะเรียกว่า Deuterium ส่วนชนิดที่ 3 คือ มี 1
2
1
3
ี
โปรตอนและม 2 นิวตรอน ( T) เรียกว่า ทริเทียม (tritium)
1
ในทฤษฎีอะตอมของ Schrödinger เสนอว่าในอะตอมจะมีระดับพลังงานหลัก (n = 1, 2,
3,…) ในแต่ละระดับพลังงานหลักจะมีระดับพลังงานย่อย (subshell) ในแต่ละระดับพลังงานย่อยจะมี
ออร์บิทัล (orbital) ออร์บิทัล คือ บริเวณที่มีโอกาสสูงที่จะพบอิเล็กตรอน โดยปกติอิเล็กตรอนมีการ

