Page 32 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 32
4 ความรู้เบื้องต้นของเคมีอินทรีย์
พลังงานนอกสุดมีอิเล็กตรอนครบแปดตัว อะตอมที่ได้รับหรือจ่ายอิเล็กตรอนนั้น ๆ จะได้มีการจัดเรียง
อิเล็กตรอนเหมือนกับการจัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุหมู่ 8A ซึ่งหลักการนี้ถูกเรียก ว่า “กฎออกเตต”
ชนิดของพันธะเคมีที่เชื่อมระหว่างอะตอมต่างชนิดกันแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ พันธะไอออนิก และ
พันธะโคเวเลนต์
1.4.1 พันธะไอออนิก
พันธะไอออนิกเกิดจากการถ่ายโอนอิเล็กตรอนจากธาตุหนึ่งไปยังอีกธาตุหนึ่ง โดย
เมื่ออะตอมของธาตุฝั่งโลหะในตารางธาตุให้อิเล็กตรอนไปกับธาตุฝั่งอโลหะของตารางธาตุ อะตอมฝั่ง
โลหะจะกลายเป็นไอออนบวก (ให้อิเล็กตรอนจนตัวเองครบ 8) อะตอมฝั่งอโลหะกลายเป็นไอออนลบ
(รับอิเล็กตรอนจนตัวเองครบ 8) ทำให้เกิดแรงดึงดูดทางไฟฟ้า (electrostatic force) ให้สองไอออน
1
เกิดเป็นสารประกอบไอออนิก ตัวอย่างเช่น ลิเทียมมี 3 อิเล็กตรอน (1s , 2s ) ถ้าเสียอีกหนึ่ง
2
ิ
2
อิเล็กตรอน จะมีการจัดเรียงอเล็กตรอนแบบฮเลียม (1s ) ฟลูออรีนอะตอมมี 9 อิเล็กตรอน (1s , 2s ,
2
ี
2
5
6
2
2p ) ถ้ารับมาอีก 1 อิเล็กตรอนก็จะมีการจัดเรียงอิเล็กตรอนแบบธาตุนีออน (1s , 2s , 2p ) ดังนั้น Li
2
จะเสียอิเล็กตรอนหนึ่งตัว (แสดงการถ่ายโอนอิเล็กตรอนด้วยลูกศรครึ่งหัว, ) กลายเป็น Li
+
ฟลูออรีนจะรับอิเล็กตรอนเพิ่มมาอีก 1 ตัว กลายเป็น F ดังแสดง
–
การถ่ายโอนอิเล็กตรอนนี้ทำให้ธาตุทั้งสองมีการจัดเรียงอิเล็กตรอนเหมือนธาตุหมู่ 8A ส่งผลให้เกิดเป็น
ิ
ไอออนที่มีประจุตรงข้ามกัน และจะส่งแรงดึงดูดซึ่งกันและกันจนไอออนทั้งสองเกดเป็นพันธะไอออนิก
ปกติแล้วพันธะไอออนิกจะเกิดกับสารประกอบอนินทรีย์แต่บางครั้งอาจพบในสารประกอบอินทรีย์บ้าง
สารประกอบไอออนิกมักจะไม่ได้อยู่ในรูปแบบของโมเลกุลแต่จะอยู่ในรูปของโครง
ผลึกที่มีการแพคของไอออนบวกและไอออนลบ ตัวอย่างของผลึกสารประกอบไอออนิก (LiF) แสดงใน
็
ภาพที่ 1.3
ภาพที่ 1.3 ตัวอย่างของผลึกสารประกอบไอออนิก (LiF)

