Page 39 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 39

จ�ำเลยให้กำรว่ำ จ�ำเลยเป็นพนักงำนของโจทก์ ปฏิบัติงำนต�ำแหน่งผู้บริหำรฝ่ำยกำรตลำด

                                                    ุ
                                               ั
                                         ู
                                                                                              ิ
                                                        ื
                                                        ่
                                                                                           ิ
               ี
                      ิ
                                       ั
              มหน้ำทตดต่อประสำนงำนกบลกค้ำนกลงทนเพอขำยโครงกำร โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้ำของลขสทธ        ์ ิ
                     ี
                     ่
              งำนตำมฟ้องเพรำะโจทก์ไม่ได้เป็นผู้สร้ำงสรรค์ ข้อมูลในรำยงำนเป็นข้อมูลเปิดเผยและไม่ใช่
                            ิ
              งำนอันมีลิขสิทธ์ ฟ้องโจทก์ขำดอำยุควำม จ�ำเลยได้ท�ำกำรส่งข้อมูลของโจทก์จริงแต่กระท�ำไป
                                                 ั
                                                                                     ื
              ในฐำนะพนักงำนของโจทก์และตำมค�ำส่งของโจทก์โดยได้รับอนุญำตจำกโจทก์เพ่อเสนอข้อมูล
              ดังกล่ำวให้ลูกค้ำของโจทก์ ข้อพิพำทในคดีนี้เป็นข้อพิพำทอันเนื่องมำจำกกำรท�ำงำนของจ�ำเลย
              ที่ปฏิบัติไปตำมหน้ำที่ในสัญญำจ้ำงแรงงำน โจทก์จึงไม่มีอ�ำนำจฟ้องจ�ำเลยต่อศำลทรัพย์สินทำง
                                                                             ี
              ปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ค่ำเสียหำยท่โจทก์เรียกร้องมำมิใช่
                                                                �
              ค่ำเสียหำยที่เกิดขึ้นจริง และโจทก์ก�ำหนดขึ้นมำเอง ขอให้ยกฟ้อง
                       ในวันนัดพิจำรณำศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศกลำงพิจำรณำแล้ว
                                       ี
              เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและ
              กำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนมำให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย
                                    ั
              ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำ
              คดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
                                     ี
                                                                ี
                                                               ิ
                                                  ี
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับลิขสิทธ์ท่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของ
                                                                                   ั
              ศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สิน
              ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
              ระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๓) หรือไม่ เห็นว่ำ โจทก์บรรยำยฟ้องว่ำ รำยงำน

                                                                            ั
              กำรตรวจประเมินทำงกฎหมำยท่โจทก์ว่ำจ้ำงให้บุคคลอ่นจัดท�ำข้นน้นเป็นงำนวรรณกรรม
                                                                 ื
                                                                         ึ
                                            ี
                                                                                           ิ
              อันมีลิขสิทธ์ของโจทก์ จ�ำเลยซ่งเป็นลูกจ้ำงของโจทก์กระท�ำกำรอันเป็นกำรละเมิดลิขสิทธ์ในงำน
                         ิ
                                        ึ
              วรรณกรรมของโจทก์โดยกำรท�ำซ้ำด้วยกำรคัดลอก ดัดแปลงบำงส่วนบำงตอนในส่วนอันเป็น
                                            �
              สำระส�ำคัญของรำยงำนกำรตรวจประเมินดังกล่ำวและน�ำออกเผยแพร่โดยกำรน�ำออกจ�ำหน่ำย
              หรือขำยหำก�ำไรในทำงกำรค้ำ โดยไม่ได้รับอนุญำตจำกโจทก์ อันเป็นกำรฟ้องให้จ�ำเลยรับผิด
              จำกกำรกระท�ำละเมิดต่อโจทก์ โดยข้ออ้ำงท่อำศัยเป็นหลักแห่งข้อหำของโจทก์เก่ยวพันโดยตรงกับ
                                                                                 ี
                                                  ี
              งำนที่โจทก์กล่ำวอ้ำงว่ำโจทก์เป็นเจ้ำของลิขสิทธิ์ ทั้งจ�ำเลยก็ให้กำรว่ำ งำนตำมค�ำฟ้องของโจทก์

              ไม่ใช่งำนอันมีลิขสิทธ์ ตำมค�ำฟ้องและค�ำให้กำรจึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่ำ งำนตำมฟ้องโจทก์
                                 ิ
                                 ิ
              เป็นงำนอันมีลิขสิทธ์หรือไม่ และกำรกระท�ำของจ�ำเลยเป็นกำรละเมิดลิขสิทธ์ของโจทก์
                                                                                       ิ
              หรือไม่ เพยงใด อนเป็นกำรพิพำทเกยวกบเรองลิขสทธ์ ส่วนทจ�ำเลยให้กำรต่อส้ว่ำ ข้อพพำท
                                                                                     ู
                                                                                            ิ
                              ั
                        ี
                                                            ิ
                                                   ั
                                                      ่
                                                      ื
                                                               ิ
                                               ี
                                               ่
                                                                     ่
                                                                     ี
                                                      11
   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43   44