Page 429 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 429

๒๑๖,๙๗๑.๐๓ บำท จ�ำเลยโดยส�ำนักงำนสรรพำกรพื้นที่สงขลำ ๒ คืนเงินภำษีอำกรดังกล่ำวให้

              แก่โจทก์ ๒๑๖,๙๗๑.๐๓ บำท ต่อมำจ�ำเลยตรวจพบว่ำกำรขอคืนภำษีอำกรกรณีถูกหัก ณ ที่จ่ำย

              ทั้งจ�ำนวน เป็นภำษีหัก ณ ที่จ่ำยตำมมำตรำ ๓ เตรส โจทก์ต้องยื่นค�ำร้องภำยใน ๓ ปี นับแต่
              วันสุดท้ำยแห่งปีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ำยเกินไป ตำมมำตรำ ๖๓ แห่งประมวลรัษฎำกร มิใช่ขอคืนตำม

                                                                   ี
                            ี
              มำตรำ ๒๗ ตร แห่งประมวลรัษฎำกร โจทก์จึงหมดสิทธิท่จะได้รับคืนเงินภำษีอำกรดังกล่ำว
              จ�ำเลยมีหนังสือแจ้งคืนเงินภำษีอำกรผิดพลำด (ค.๓๑) ลงวันที่ ๗ มีนำคม ๒๕๕๑ และหนังสือ
                                                             ี
              แจ้งยกเลิกหนังสือแจ้งคืนภำษีอำกร (ค.๓๗) ลงวันท่ ๗ มีนำคม ๒๕๕๑ โจทก์ได้รับหนังสือ
              ดังกล่ำวแล้ว จึงมีหนังสือโต้แย้งและคัดค้ำนกำรเรียกคืนเงินภำษีอำกร แต่จ�ำเลยมีหนังสือ

                                                                        ั
                                                            ี
                         ี
              แจ้งว่ำกำรท่จ�ำเลยขอให้โจทก์ส่งคืนเงินภำษีอำกรท่คืนผิดพลำดน้นถูกต้องแล้ว โจทก์เห็นว่ำ
              ระยะเวลำในกำรขอคืนเงินภำษีอำกรของโจทก์ไม่ถือตำมมำตรำ ๖๓ แห่งประมวลรัษฎำกร แต่
                                      ี
                                                                             ื
                                                                                ิ
                   ื
                                                                    �
              ต้องถอตำมมำตรำ ๒๗ ตร แห่งประมวลรษฎำกร โจทก์ยนคำร้องขอคนเงนภำษอำกรทชำระ
                                                    ั
                                                                                            ่
                                                                 ่
                                                                                             �
                                                                                     ี
                                                                 ื
                                                                                            ี
              ไว้เกินตำมมำตรำ ๒๗ ตรี แห่งประมวลรัษฎำกร เมื่อวันที่ ๓๐ เมษำยน ๒๕๕๐ จึงอยู่ในระยะ
                                                                                 ี
              เวลำไม่เกิน ๓ ปี นับแต่วันสุดท้ำยแห่งก�ำหนดเวลำย่นรำยกำรภำษีตำมท่กฎหมำยก�ำหนด
                                                               ื
                                                     ่
                                                                                       ื
                                             ื
                                                      �
                                                               ิ
                                                     ี
                                                                                            �
                           ิ
                                                                    ี
                        ิ
                       ี
                              ั
              โจทก์จึงมสทธได้รบเงนภำษอำกรคน กำรทจำเลยคืนเงนภำษอำกรแก่โจทก์แล้ว ถอว่ำจำเลย
                                 ิ
                                       ี
              สละสิทธิประโยชน์แห่งอำยุควำมเพื่อปฏิเสธไม่คืนภำษี และโจทก์ไม่ได้เป็นหนี้ค้ำงค่ำภำษีอำกร
              แก่จ�ำเลย หำกจ�ำเลยเห็นว่ำเงินภำษีอำกรที่คืนเป็นลำภมิควรได้ เมื่อนับจำกวันที่ ๑๘ ธันวำคม
                                                                  ี
                               ี
              ๒๕๕๐ อันเป็นวันท่จ�ำเลยรู้ว่ำตนมีสิทธิเรียกคืน จนถึงวันน้เกิน ๑ ปี สิทธิเรียกร้องของจ�ำเลย
              ขำดอำยุควำมเช่นกัน จ�ำเลยไม่อำจเรียกคืนเงินจำกโจทก์ได้ ต่อมำจ�ำเลยออกค�ำส่งกรมสรรพำกร
                                                                                   ั
              ที่ ๗๑๕, ๗๑๗, ๗๒๒/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๖ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๘ โดยอำศัยอ�ำนำจตำมมำตรำ ๕๗
              แห่งพระรำชบัญญัติวิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ อำยัดสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงิน
              ฝำกธนำคำรของโจทก์ และของหุ้นส่วนผู้จัดกำรของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ค�ำส่งอำยัดทรัพย์แล้ว
                                                                                 ั
                                                                ั
              แต่จ�ำเลยมีค�ำวินิจฉัยยกอุทธรณ์ของโจทก์ กำรออกค�ำส่งยึดหรืออำยัดทรัพย์สินดังกล่ำวของ
              จ�ำเลยจึงไม่ชอบ ขอให้บังคับจ�ำเลยให้มีค�ำส่งเพิกถอนหรือยกเลิกค�ำส่งกำรยึดทรัพย์หรืออำยัด
                                                    ั
                                                                           ั
              ทรัพย์สินของโจทก์ และหุ้นส่วนผู้จัดกำรของโจทก์ หำกจ�ำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอำค�ำพิพำกษำ
              แทนกำรแสดงเจตนำของจ�ำเลย
                                                              ี
                                                                                      ื
                       จ�ำเลยให้กำรว่ำ โจทก์ไม่มีอ�ำนำจฟ้องคดีน้ต่อศำลภำษีอำกรกลำง เน่องจำกเป็น
                         ี
              คดีพิพำทเก่ยวกับกำรอำยัดทรัพย์สินตำมมำตรำ ๕๗ แห่งพระรำชบัญญัติวิธีปฏิบัติรำชกำร
              ทำงปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ไม่ใช่คดีพิพำทเกี่ยวกับภำษีอำกรตำมที่ก�ำหนดไว้ในมำตรำ ๗ แห่ง
                                                     401
   424   425   426   427   428   429   430   431   432   433   434