Page 432 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 432

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ  บริษัทอิออน  แฟนตำซี

                          ที่ วภ ๑/๒๕๖๕                                  (ไทยแลนด์)  จ�ำกัด    โจทก         ์

                                                                             นำงวิมล  ช�ำนำญวินิจฉัย
                                                                กับพวก                    จ�ำเลย



                       โจทก์ท�ำสัญญำเช่ำห้องชุดจำกจ�ำเลยที่ ๑ โดยหักภำษีเงินได้ ณ ที่จ่ำยจำกค่ำเช่ำ
                                                                               ี
                                                                      ิ
              ในอัตรำร้อยละ ๕ ต่อเดือน ภำยหลังทรำบว่ำกรรมสิทธ์ห้องชุดท่โจทก์เช่ำเป็นของ
                           ี
                                                                                ี
                                                                          ี
              คนต่ำงด้ำวท่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ท�ำให้ภำษีเงินได้หัก ณ ท่จ่ำยท่ถูกต้องเป็นอัตรำ
                                                            ี
              ร้อยละ ๑๕ โจทก์ต้องช�ำระภำษีเงินได้หัก ณ ท่จ่ำยเพ่มเติม แก่กรมสรรพำกร โจทก์
                                                                   ิ
              ทวงถำมจ�ำเลยท้งสองให้ช�ำระเงินคืน แต่จ�ำเลยท้งสองไม่ช�ำระ ส่วนจ�ำเลยท้งสองให้กำรว่ำ
                             ั
                                                                                   ั
                                                           ั
              จ�ำเลยไม่ต้องช�ำระภำษีเงินได้บุคคลธรรมดำ ภำระภำษีเกิดจำกโจทก์คิดภำษีไม่ถูกต้อง
                  ี
              ดังน ประเด็นพิพำทตำมค�ำฟ้องและค�ำให้กำรจึงเป็นกรณีสืบเน่องจำกสิทธิเรียกร้อง
                  ้
                                                                            ื
                          ี
                                                                                ี
                                                                        ี
                                                                                     ี
                                        ี
              ของรัฐในหน้ค่ำภำษีอำกรท่ให้ผู้จ่ำยเงินได้พึงประเมินมีหน้ำท่หักภำษ ณ ท่จ่ำย จึงเป็น
                                                                                           ั
                                                            ี
              กรณีพิพำทเก่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหน้ค่ำภำษีอำกรตำม พ.ร.บ. จัดต้งศำล
                            ี
              ภำษีอำกรและวิธีพิจำรณำคดีภำษีอำกร พ.ศ. ๒๕๒๘ มำตรำ ๗ (๒) คดีอยู่ในอ�ำนำจ
              พิจำรณำพิพำกษำของศำลภำษีอำกร
                                      ______________________________

                                                                              ี
                       โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจ�ำกัด เม่อวันท่ ๑ มกรำคม ๒๕๖๐,
                                                                        ื
              ๑ มกรำคม ๒๕๖๑ และ ๑ มกรำคม ๒๕๖๒ โจทก์ท�ำสัญญำเช่ำห้องชุด อำคำรเฮอร์ริเทจ ถนน
                                                                                           ี
              สขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนำ กรงเทพมหำนคร จำกจำเลยท่ ๑ โดยโจทก์หักภำษเงนได้
                                                                    �
                                                                          ี
                                                  ุ
               ุ
                                                                                             ิ
              ณ ที่จ่ำยจำกเงินค่ำเช่ำ อัตรำร้อยละ ๕ ต่อเดือนของเงินค่ำเช่ำมำโดยตลอด จนกระทั่งประมำณ
              เดือนพฤษภำคม ๒๕๖๓ โจทก์จึงทรำบว่ำ จ�ำเลยที่ ๒ เป็นเจ้ำของกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่โจทก์เช่ำ
              เมื่อจ�ำเลยที่ ๒ เป็นคนต่ำงด้ำวที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ภำษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ำย จะเป็นอัตรำ
              ร้อยละ ๑๕ โจทก์จึงต้องช�ำระภำษีเงินได้หัก ณ ท่จ่ำยเพ่มเติม แก่กรมสรรพำกร รวมเป็นเงิน
                                                          ี
                                                                ิ
                                        ั
              ๒๕๖,๕๘๔.๘๐ บำท จ�ำเลยท้งสองต้องคืนเงินส่วนน้แก่โจทก์ โจทก์ทวงถำมจ�ำเลยท้งสองแล้ว
                                                            ี
                                                                                        ั
                                                                                               ี
                        ั
              แต่จ�ำเลยท้งสองเพิกเฉย ขอให้จ�ำเลยท้งสองร่วมกันช�ำระเงิน ๒๕๖,๕๘๔.๘๐ บำท พร้อมดอกเบ้ย
                                               ั
              อัตรำร้อยละ ๗.๕ ของเงินจ�ำนวนดังกล่ำว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์

                                                     404
   427   428   429   430   431   432   433   434   435   436   437