Page 441 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 441
ื
โดยโจทก์เป็นเพียงผู้น�ำเข้ำเหล็กหรือแผ่นเหล็กในลักษณะเป็นวัตถุดิบเพ่อจ�ำหน่ำยต่อให้แก่
ผู้ประกอบกำรน�ำไปแปรรูปหรือผลิตเป็นสินค้ำในขั้นตอนต่อไป โจทก์ไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้ำหรือ
ี
ผลิตภัณฑ์จำกเหล็กหรือแผ่นเหล็กท่น�ำเข้ำ ในระหว่ำงปี ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๕๗ โจทก์น�ำสินค้ำ
เหล็กกล้ำเจือเข้ำมำในรำชอำณำจักรตำมใบขนสินค้ำขำเข้ำ ๘๙ ฉบับ เพ่อใช้ในอุตสำหกรรม
ื
ยำนยนต์ด้วยกำรจ�ำหน่ำยให้แก่ผู้ประกอบกำรในอุตสำหกรรมยำนยนต์ อันเป็นกำรน�ำเข้ำท ่ ี
ได้รับสิทธิยกเว้นกำรเรียกเก็บอำกรปกป้องตำมประกำศคณะกรรมกำรพิจำรณำมำตรกำร
ี
ึ
ปกป้องฯ ดังกล่ำว ซ่งคณะกรรมกำรพิจำรณำมำตรกำรปกป้องฯ เป็นผู้มีอ�ำนำจหน้ำท่ในกำรจัดเก็บ
อำกรปกป้อง ไม่เคยตรวจสอบหรือกล่ำวหำว่ำกำรน�ำเข้ำสินค้ำของโจทก์ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นกำร
ี
ื
เรียกเก็บอำกรปกป้องและไม่เคยกล่ำวหำว่ำสินค้ำท่โจทก์น�ำเข้ำไม่ใช่กำรน�ำเข้ำเพ่อใช้ใน
อุตสำหกรรมยำนยนต์ ต่อมำวันที่ ๑๗ สิงหำคม ๒๕๕๙ นำยพงษ์ชัย หัวหน้ำฝ่ำยคดีหลีกเลี่ยง
ซึ่งเป็นพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ในสังกัดของจ�ำเลย ปฏิบัติหน้ำที่โดยปรำศจำกอ�ำนำจและไม่ชอบด้วย
ี
ี
กฎหมำย มีหนังสือท่ กค ๐๕๐๓(๔)/๖๓๔ ลงวันท่ ๑๗ สิงหำคม ๒๕๕๙ แจ้งว่ำโจทก์น�ำเข้ำ
สินค้ำเข้ำมำในรำชอำณำจักรตำมใบขนสินค้ำขำเข้ำ ๘๙ ฉบับ โดยช�ำระอำกรปกป้องไม่ถูกต้อง
เป็นเหตุให้อำกรปกป้องขำด ๑,๕๘๙,๓๑๑,๘๓๓ บำท ภำษีมูลค่ำเพิ่มขำด ๑๑,๒๕๑,๘๒๙ บำท
และเป็นควำมผิดฐำนส�ำแดงเท็จตำมมำตรำ ๙๙ แห่งพระรำชบัญญัติศุลกำกร พ.ศ. ๒๔๖๙
ั
ในด้ำนคดีเห็นควรให้โจทก์ระงับในช้นศุลกำกร กำรกระท�ำของนำยพงษ์ชัยเป็นกำรจงใจหรือ
ี
ประมำทเลินเล่อต่อโจทก์ เพรำะนำยพงษ์ชัยเป็นเจ้ำหน้ำท่รับผิดชอบในส่วนคดีของจ�ำเลยย่อม
ต้องทรำบดีว่ำอ�ำนำจในกำรตรวจสอบและปฏิบัติกำรอ่นใดเก่ยวกับอำกรปกป้องเป็นอ�ำนำจ
ี
ื
ของคณะกรรมกำรพิจำรณำมำตรกำรปกป้องฯ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงพำณิชย์และรัฐมนตร ี
ว่ำกำรกระทรวงกำรคลัง ไม่ใช่อ�ำนำจของจ�ำเลย และพระรำชบัญญัติมำตรกำรปกป้องจำกกำร
น�ำเข้ำสินค้ำท่เพ่มข้น พ.ศ. ๒๕๕๐ ไม่มีบทก�ำหนดโทษทำงอำญำไว้และไม่อำจน�ำพระรำชบัญญัต ิ
ึ
ิ
ี
ศุลกำกร พ.ศ. ๒๔๖๙ มำตรำ ๙๙ มำใช้บังคับกับกำรยื่นหรือส�ำแดงตรำสำรอื่น ๆ ต่อเจ้ำหน้ำที่
ั
ี
ี
ท่เก่ยวกับกำรช�ำระอำกรช่วครำวหรืออำกรปกป้องตำมพระรำชบัญญัติมำตรกำรปกป้องจำกกำร
ี
ี
ึ
น�ำเข้ำสินค้ำท่เพ่มข้น พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้ นอกจำกน้นำยพงษ์ชัยย่อมทรำบว่ำส�ำนักงำนอัยกำรสูงสุด
ิ
ี
ได้เคยตอบข้อหำรือปัญหำข้อกฎหมำยแก่จ�ำเลยตำมหนังสือ ท่ อส ๐๐๐๕/๒๔๔๐ ลงวันท่ ๗
ี
มีนำคม ๒๕๕๙ แล้วว่ำอำกรชั่วครำวหรืออำกรปกป้องตำมพระรำชบัญญัติมำตรกำรปกป้องจำก
ึ
ี
กำรน�ำเข้ำสินค้ำท่เพ่มข้น พ.ศ. ๒๕๕๐ ไม่ใช่อำกรตำมพระรำชบัญญัติศุลกำกร พ.ศ. ๒๔๖๙
ิ
จ�ำเลยจึงไม่สำมำรถน�ำมำตรำ ๒๗ แห่งพระรำชบัญญัติศุลกำกร พ.ศ. ๒๔๖๙ ซึ่งเป็นบทก�ำหนด
413

