Page 443 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 443

ในรำชอำณำจักรโดยมิได้เสียภำษีอำกรให้ถูกต้อง โจทก์จึงมีควำมผิดและมีหน้ำที่ต้องช�ำระภำษี

              อำกรตำมกฎหมำย และระหว่ำงวันที่ ๑๒ มิถุนำยน ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๙ ตุลำคม ๒๕๕๖ โจทก์

               �
                                ็
                                                                                       ิ
              นำเข้ำสินค้ำเป็นเหลกเกรดพิเศษ ตำมใบขนสินค้ำขำเข้ำรวม ๔ ฉบับ โดยใช้สิทธยกเว้นกำร
                                                                                               ื
                                                        ี
                                                                                          ี
              เรียกเก็บอำกรช่วครำวและอำกรปกป้อง กรณีท่เป็นเหล็กพิเศษ แต่โจทก์เป็นผู้น�ำเข้ำท่ไม่มีช่อ
                            ั
              อยู่ในบัญชี ข ท้ำยประกำศของคณะกรรมกำรพิจำรณำมำตรกำรปกป้องฯ โจทก์จึงไม่ได้รับสิทธิ
              ยกเว้นอำกรปกป้อง จ�ำเลยมีอ�ำนำจหน้ำท่ในกำรจัดเก็บอำกร กำรประเมินภำษีอำกร กำรตรวจสอบ
                                                 ี
              ควำมถูกต้องในกำรส�ำแดงกำรใช้สิทธิยกเว้นอำกรปกป้อง มิใช่เป็นอ�ำนำจของคณะกรรมกำร
              พิจำรณำมำตรกำรปกป้องฯ และพระรำชบัญญัติมำตรกำรปกป้องจำกกำรน�ำเข้ำสินค้ำที่เพิ่มขึ้น

              พ.ศ. ๒๕๕๐ มำตรำ ๒๓ และ ๒๘ ได้บัญญัติให้น�ำบทบัญญัติแห่งกฎหมำยว่ำด้วยศุลกำกรและ

              กฎหมำยว่ำด้วยพิกัดอัตรำศุลกำกรมำใช้บังคับแก่กำรเรียกเก็บอำกรป้องกันดังกล่ำวเสมือนเป็น

              อำกรขำเข้ำตำมกฎหมำย เมื่อพระรำชบัญญัติศุลกำกร พ.ศ. ๒๔๖๙ ก�ำหนดควำมผิดและโทษ
                                                                                            ิ
                                                                                               ึ
                                                                                         ี
              ทำงอำญำไว้ กำรบังคับใช้พระรำชบัญญัติมำตรกำรปกป้องจำกกำรน�ำเข้ำสินค้ำท่เพ่มข้น
              พ.ศ. ๒๕๕๐ ย่อมถือว่ำมีบทบัญญัติควำมผิดทำงอำญำและก�ำหนดโทษไว้ พนักงำนเจ้ำหน้ำท     ่ ี
                                                         ั
                                                            ื
              ของจ�ำเลยย่อมมีอ�ำนำจตำมกฎหมำยศุลกำกร ดังน้นเม่อโจทก์ผู้น�ำเข้ำส�ำแดงรำยกำรค่ำภำษีอำกร
              ในใบขนสินค้ำไม่ถูกต้องตำมควำมเป็นจริง กำรกระท�ำของโจทก์จึงเป็นควำมผิดฐำนส�ำแดงเท็จ
                                                                                   ี
              ตำมมำตรำ ๙๙ แห่งพระรำชบัญญัติศุลกำกร พ.ศ. ๒๔๖๙ พนักงำนเจ้ำหน้ำท่ของจ�ำเลยจึงม     ี
              อ�ำนำจท�ำหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปท�ำควำมตกลงระงับคดีได้ จึงเป็นกำรกระท�ำท่ชอบด้วยกฎหมำย
                                                                                 ี
                                  ี
              และพนักงำนเจ้ำหน้ำท่ของจ�ำเลยมิได้พิจำรณำควำมผิดตำมมำตรำ ๒๗ แต่คงพิจำรณำควำมผิด
                                                                         ึ
              เฉพำะมำตรำ ๙๙ แห่งพระรำชบัญญัติศุลกำกร พ.ศ. ๒๔๖๙ เท่ำน้น ซ่งกำรระงับคดีในช้นศุลกำกร
                                                                                        ั
                                                                     ั
                                                                      ื
              เป็นสิทธิของโจทก์ท่จะท�ำควำมตกลงระงับคดีหรือไม่ก็ได้ แต่เม่อโจทก์อุทธรณ์โต้แย้งหนังสือ
                                ี
                                                                                      ี
                                                         ี
              ดังกล่ำวและย่นฟ้องจ�ำเลย จึงเป็นพฤติกำรณ์ท่จ�ำเลยเห็นว่ำโจทก์ไม่ประสงค์ท่จะท�ำควำม
                           ื
              ตกลงระงับคดี จ�ำเลยจึงด�ำเนินคดีต่อโจทก์ตำมพยำนหลักฐำนท่ปรำกฏ พนักงำนเจ้ำหน้ำท    ี ่
                                                                        ี
              ของจ�ำเลยกระท�ำไปตำมอ�ำนำจหน้ำท่ มิได้จงใจหรือประมำทเลินเล่อก่อให้เกิดควำมเสียหำย
                                                ี
              แก่โจทก์ จึงไม่เป็นกำรกระท�ำละเมิด ขอให้ยกฟ้อง
                                                                              ี
                       ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลภำษีอำกรกลำง เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
              พิพำกษำของศำลภำษีอำกรหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนมำให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย

              ตำมพระรำชบัญญัติจัดตั้งศำลภำษีอำกรและวิธีพิจำรณำคดีภำษีอำกร พ.ศ. ๒๕๒๘ มำตรำ ๑๐
              วรรคสอง




                                                     415
   438   439   440   441   442   443   444   445   446   447   448