Page 446 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 446

ี
              แล้ว แต่จ�ำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจ�ำเลยช�ำระเงิน ๓,๓๔๐,๔๙๔.๖๙ บำท พร้อมดอกเบ้ย
              ในอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๓,๑๖๙,๖๕๐.๗๖ บำท นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไป

              จนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์
                                                                  ี
                                                                                 ี
                                                                                      ี
                       จ�ำเลยให้กำรว่ำ กำรน�ำเข้ำสินค้ำของโจทก์คร้งท่ ๑ จ�ำเลยมีค�ำช้ขำดเก่ยวกับพิกัด
                                                               ั
              อัตรำอำกรแล้วว่ำ ให้กำรน�ำเข้ำสินค้ำของโจทก์ช�ำระอัตรำอำกรร้อยละ ๕ และโจทก์ได้รับเงิน
                                    ื
                                         ี
                                                                                              ี
                                                                                           ั
              อำกรคืนจำกจ�ำเลยแล้วเม่อวันท่ ๑๑ กรกฎำคม ๒๕๖๐ ส่วนกำรน�ำเข้ำสินค้ำของโจทก์คร้งท่ ๒
              โจทก์มีหน้ำท่ต้องส�ำแดงพิกัด (ประเภทสินค้ำ) และอัตรำอำกรต่อจ�ำเลยตำมพระรำชบัญญัต  ิ
                          ี
              ศุลกำกร พ.ศ. ๒๔๖๙ มำตรำ ๑๐ และ ๑๐ ทวิ จ�ำเลยได้รับช�ำระอำกรโดยชอบด้วยกฎหมำย
                                           ี
                                  ้
                                                 ิ
                                     ้
                 ้
                     ี
                                                         ั
                                                   ั
                                              ั
                          ่
                                ี
                               ์
                                       ้
              แลว เพยงแตโจทกมขอโตแยงเกยวกบพกดและอตรำอำกร พนกงำนเจำหนำทของจำเลยจงสง
                                                                                   ่
                                                                                               ่
                                                                                             ึ
                                                                                       �
                                                                            ้
                                           ่
                                                                     ั
                                                                                   ี
                                                                                ้
              เรื่องให้ส�ำนักพิกัดอัตรำศุลกำกรพิจำรณำและมีมติชี้ขำด ซึ่งต่อมำจ�ำเลยเห็นว่ำกำรน�ำเข้ำสินค้ำ
              ในคร้งท่ ๒ ของโจทก์เป็นพิกัด ๒๑๐๖.๙๐.๗๒ ให้โจทก์เสียอัตรำอำกรร้อยละ ๕ จึงออกแบบ
                   ั
                     ี
              แจ้งกำรประเมินอำกรแก่โจทก์ และให้โจทก์มำรับเงินอำกรคืน โจทก์ได้รับแบบแจ้งกำรประเมิน
                                         ี
                                       ั
              อำกรและได้รับเงินอำกรคร้งท่ ๒ คืนจำกจ�ำเลยแล้ว โจทก์จึงไม่อ�ำนำจฟ้องเรียกเงินอำกร
                                                                        ู
                                                                                      ิ
                                                             ้
                                                             ั
                                              ิ
                                                               ี
                                                               ่
                                         �
                ้
                         ั
                ั
                       ้
                       ั
              ทงสองครงดงกล่ำว ส่วนกำรนำเข้ำสนค้ำของโจทก์ครงท ๓ ยังอย่ในระหว่ำงกำรพจำรณำของ
                                                                                          ี
              คณะท�ำงำนพิจำรณำปัญหำพิกัดอัตรำศุลกำกร คณะท�ำงำนยังไม่สำมำรถวินิจฉัยช้ขำดได้
                                                                                   ี
              เน่องจำกขำดพยำนหลักฐำนส�ำคัญบำงส่วน จึงแจ้งให้โจทก์ย่นเอกสำรและช้แจงข้อเท็จจริง
                ื
                                                                     ื
                                                                      ี
                ิ
                                          ิ
              เพ่มเติม ต่อมำโจทก์ส่งเอกสำรเพ่มเติมพร้อมตัวอย่ำงสินค้ำ โดยช้แจงถึงควำมแตกต่ำงของสินค้ำ
                               ี
                ี
              ท่น�ำเข้ำ แต่ไม่ได้ช้แจงถึงองค์ประกอบและส่วนผสมหรือสูตรกำรผลิตของสินค้ำ ท�ำให้จ�ำเลย
              ไม่สำมำรถพิจำรณำและชี้ขำดพิกัดอัตรำอำกรได้ จ�ำเลยจึงมีหนังสือแจ้งเตือนให้โจทก์ส่งเอกสำร
              หลักฐำนเพ่มเติมอีกคร้ง ดังน้นกำรน�ำเข้ำสินค้ำของโจทก์คร้งท่ ๓ จึงยังอยู่ในระหว่ำงกำรพิจำรณำ
                                                                   ี
                        ิ
                                       ั
                                 ั
                                                                ั
              ตำมข้นตอนของกฎหมำยเพ่อช้และมีมติว่ำสินค้ำดังกล่ำวเป็นสินค้ำประเภทใด เสียอัตรำอำกรใด
                                      ื
                                         ี
                   ั
              จ�ำเลยจึงไม่อำจคืนเงินอำกรแก่โจทก์ได้ และคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินอำกรที่โจทก์ช�ำระต่อจ�ำเลย
              ตำมกฎหมำยว่ำด้วยศุลกำกร เป็นคดีพิพำทเก่ยวกับกำรขอคืนภำษีอำกร อันอยู่ในอ�ำนำจ
                                                         ี
                                                                                               ั
                                                                                           ั
                                     ี
              กำรพจำรณำพพำกษำคดของศำลภำษอำกรกลำง ตำมมำตรำ ๗ (๓) แห่งพระรำชบญญต                  ิ
                   ิ
                                                 ี
                           ิ
              จัดตั้งศำลภำษีอำกรและวิธีพิจำรณำคดีภำษีอำกร พ.ศ. ๒๕๒๘ ไม่อยู่ในอ�ำนำจศำลแพ่งกรุงเทพใต้
              ขอให้ยกฟ้อง
                                                     418
   441   442   443   444   445   446   447   448   449   450   451