Page 123 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 123

พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง ประกอบประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑและวิธี

              การเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจาง

              พ.ศ. ๒๕๕๑ ขอ ๔ ที่นายจางจะมีสิทธิเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความ
              เสียหายในการทำงานไมวาจะเปนเงินสด ทรัพยสิน หรือการค้ำประกันดวยบุคคลจากลูกจางได

              จะตองเปนไปเพื่อการประกันการทำงานใน ๒ กรณี คือ การประกันความเสียหายจากการทำงาน

              ซึ่งลูกจางอาจกอใหเกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานเปนลูกจาง และการประกันการทำงานเพื่อประกัน

              วาลูกจางจะปฏิบัติตามกำหนดเวลาและเงื่อนไขขอตกลงตามสัญญาจางแรงงาน จึงถือวาสัญญา
              ค้ำประกันที่จำเลยที่ ๒ ทำไวตอโจทกเปนหลักประกันเกี่ยวเนื่องกับการทำงานที่ตองอยูภายใต

              บังคับแหงพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๐ ประกอบประกาศกระทรวง

              แรงงาน เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความ

              เสียหายในการทำงานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑ และลูกจางนั้นตองรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงิน
              หรือลูกจางตองรับผิดชอบเกี่ยวกับทรัพยสินของนายจางเทานั้น แตเมื่อพิจารณาขอความในสัญญา

              จางแรงงาน บันทึกขอตกลง และหนังสือค้ำประกันแลว ตามบันทึกขอตกลงแมจะมีขอความวา

              จำเลยที่ ๑ ไดรับเงินทุน แตแทจริงแลวเปนเพียงการที่โจทกใหเงินแกจำเลยที่ ๑ โดยประสงคจะ

              ผูกมัดใหจำเลยที่ ๑ ตองทำงานใหโจทกไมนอยกวา ๕ ป การที่จำเลยที่ ๒ เขาค้ำประกันจึงเปน
              การประกันวาจำเลยที่ ๑ จะทำงานใหโจทกครบถวนตามกำหนดเวลาดังกลาว จึงเปนการประกัน

              การทำงานนั่นเอง ดังนั้นเมื่อจำเลยที่ ๒ ประกันการทำงานของจำเลยที่ ๑ โดยที่จำเลยที่ ๑ ไมมี

              หนาที่ตองรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพยสินของโจทก โจทกจึงไมสามารถเรียกหรือรับ

              หลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานดวยการค้ำประกันดวยบุคคล
              จากจำเลยที่ ๒ ได ขอตกลงตามหนังสือค้ำประกันดังกลาวจึงเปนการตกลงกันใหผิดแผกแตกตาง

              ไปจากบทบัญญัติของมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

              และขอ ๔ ของประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการ

              ทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเปนกฎหมายที่
              เกี่ยวดวยความสงบเรียบรอยของประชาชน ตกเปนโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย

              มาตรา ๑๕๐ ศาลแรงงานกลางสามารถยกขึ้นวินิจฉัยไดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง

              มาตรา ๑๔๒ (๕) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟองจำเลยที่ ๒ มานั้นชอบแลว ศาลอุทธรณ
              คดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของโจทกฟงไมขึ้น





                                                     ๑๑๓
   118   119   120   121   122   123   124   125   126   127   128