Page 122 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 122

ใหแกโจทกครบถวนตามกำหนดเวลาดังกลาว จึงเปนการประกันการทำงานนั่นเอง ดังนั้น

              เมื่อจำเลยที่ ๒ ประกันการทำงานของจำเลยที่ ๑ โดยที่จำเลยที่ ๑ ไมมีหนาที่ตองรับผิดชอบ

              เกี่ยวกับการเงินหรือทรัพยสินของโจทก โจทกจึงไมสามารถเรียกหรือรับหลักประกันการ

              ทำงาน หรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานดวยการค้ำประกันดวยบุคคลจาก
              จำเลยที่ ๒ ได ขอตกลงตามหนังสือค้ำประกันดังกลาวจึงเปนการตกลงกันใหผิดแผก

              แตกตางไปจากบทบัญญัติของมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง แหง พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๔๑ และขอ ๔ ของประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือ
              รับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑

              อันเปนกฎหมายที่เกี่ยวดวยความสงบเรียบรอยของประชาชน ตกเปนโมฆะตาม ป.พ.พ.

              มาตรา ๑๕๐ ศาลแรงงานกลางสามารถยกขึ้นวินิจฉัยไดตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๒ (๕)

              ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑






                       โจทกฟอง ขอใหบังคับจำเลยทั้งสองรวมกันคืนเงิน ๑๙๑,๘๗๖.๕๐ บาท พรอมดอกเบี้ย

              อัตรารอยละ ๑๕ ตอป ของตนเงิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวาชำระเสร็จ
              แกโจทก

                       จำเลยทั้งสองขาดนัด

                       ศาลแรงงานกลาง พิพากษาใหจำเลยที่ ๑ ชดใชเงิน ๑๙๑,๘๗๖.๕๐ บาท พรอมดอกเบี้ย

              อัตรารอยละ ๑๕ ตอป ของตนเงิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท นับแตวันถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวาจะ
              ชำระเสร็จแกโจทก ยกฟองจำเลยที่ ๒

                       โจทกอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง

              วาจำเลยที่ ๑ เปนลูกจางโจทก ในตำแหนงพยาบาลวิชาชีพ ตอมาจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาจางแรงงาน
              และไมชำระเงินคืนใหแกโจทกตามที่ตกลงกัน แลววินิจฉัยวาจำเลยที่ ๑ ตองชดใชเงินใหแกโจทก

              แตจำเลยที่ ๒ ในฐานะผูค้ำประกันไมตองรวมรับผิดชดใชเงินใหแกโจทก เนื่องจากจำเลยที่ ๑

              ไมไดปฏิบัติหนาที่ในตำแหนงการเงินหรือพนักงานการเงิน จึงไมตองมีผูค้ำประกันการทำงาน

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกวา จำเลยที่ ๒ ตองรวมรับผิดกับจำเลยที่ ๑
              ชดใชเงินใหแกโจทกหรือไม โจทกอุทธรณวาจำเลยที่ ๒ เปนผูค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ ๑ แต

              ไมใชเปนการค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ ๑ เห็นวา ตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน


                                                     ๑๑๒
   117   118   119   120   121   122   123   124   125   126   127