Page 130 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 130

คำพิพากษาศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษที่ ๑๒๒๔/๒๕๖๒ ธนาคารออมสิน                    โจทก

                                                                    นางสาวพิรดาหรือพัฒนนรี

                                                                    ศรีวิวัฒน กับพวก     จำเลย



              ป.พ.พ. มาตรา ๑๙๓/๑๒, ๑๙๓/๓๐

              พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๑๐ วรรคสอง



                       โจทกบรรยายฟองถึงความสัมพันธระหวางโจทกกับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ วาเปน

              พนักงานโจทก ไดทำสัญญาเขาทำงานกับโจทกโดยตกลงจะปฏิบัติตามคำสั่งของโจทกที่

              กำหนดไวอยางเครงครัดและดวยความซื่อสัตยสุจริต และระบุถึงการปฏิบัติงานของจำเลย

              ที่ ๑ วากระทำการทุจริต จำเลยที่ ๒ ที่ ๔ และที่ ๕ ปฏิบัติงานไมเปนไปตามคำสั่งโจทก

              ปฏิบัติหนาที่ดวยความประมาทเลินเลออยางรายแรง ทำใหโจทกไดรับความเสียหาย
              คำฟองโจทกจึงเปนการฟองขอใหจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ รับผิดทั้งมูลละเมิดและมูลสัญญาจาง

              แรงงาน ซึ่งในเรื่องผิดสัญญาจางแรงงานมิไดบัญญัติอายุความไวโดยเฉพาะ จึงตองใช

              อายุความทั่วไป ๑๐ ป ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๙๓/๓๐ และเริ่มนับแตขณะที่อาจบังคับสิทธิ
              เรียกรองไดเปนตนไปตามมาตรา ๑๙๓/๑๒ กลาวคือนับแตวันที่จำเลยที่ ๑ กระทำการทุจริต

              และนับแตวันที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ รวมกันวิเคราะหและอนุมัติปลอยสินเชื่อไมเปนไป

              ตามคำสั่งโจทก และนับแตวันที่จำเลยที่ ๕ อนุมัติใหเปดบัญชีไมเปนไปตามคำสั่งโจทก

              ซึ่งเปนวันผิดสัญญาจางแรงงานอันเปนวันที่โจทกอาจบังคับสิทธิเรียกรองได เมื่อนับถึง

              วันฟองไมเกิน ๑๐ ป ฟองโจทกจึงไมขาดอายุความ
                       เมื่อจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ในฐานะคณะกรรมการสินเชื่อสาขามีหนาที่ความรับผิดชอบ

              ที่ตองวิเคราะหสินเชื่อและพิจารณาอนุมัติใหเปนไปตามคำสั่งโจทกและโจทกได

              แจงเวียนคำสั่งใหพนักงานทราบแลว แตจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ไดพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ
              ใหสูงเกินกวาที่กำหนดไวในคำสั่งและไมไดพิจารณาวัตถุประสงคของการกูเงิน ความ

              สามารถในการชำระหนี้ และวิเคราะหความเปนไปไดในการขอสินเชื่อใหเปนไปตามคำสั่ง

              โจทก จนกระทั่งเปนชองทางใหจำเลยที่ ๑ กระทำการทุจริตไดสำเร็จ และจำเลยที่ ๕

              ในฐานะผูอนุมัติใหเปดบัญชีมิไดตรวจสอบความถูกตองของเอกสาร ประกอบกับผูกูมิได

              มาติดตอใหตัวอยางลายมือชื่อดวยตนเอง เปนชองทางใหจำเลยที่ ๑ กระทำการทุจริต
              ถอนเงินกูออกจากบัญชีเงินฝากไดสำเร็จ จนเปนเหตุใหโจทกไดรับความเสียหายถึง


                                                     ๑๒๐
   125   126   127   128   129   130   131   132   133   134   135