Page 133 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 133

ทำงานของจำเลยที่ ๒ ยอมรับผิดในความเสียหายวงเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๘ เปนผูค้ำประกัน

              การทำงานของจำเลยที่ ๕ ยอมรับผิดในความเสียหายวงเงิน ๔๓,๙๖๐ บาท ขณะเกิดเหตุ

              จำเลยที่ ๑ และที่ ๔  ดำรงตำแหนงพนักงานปฏิบัติการ ๕ สาขาขอนแกน จำเลยที่ ๒ ดำรง
              ตำแหนงผูจัดการ สาขาขอนแกน จำเลยที่ ๓ ดำรงตำแหนงผูชวยผูจัดการ สาขาขอนแกน จำเลย

              ที่ ๕ ดำรงตำแหนงพนักงานปฏิบัติการ ๗ สาขาขอนแกน โจทกมีคำสั่งที่ ๕๖/๒๕๕๕ เรื่องการ

              ใหสินเชื่อบุคคล และตอมาโจทกไดมีคำสั่งแกไขเพิ่มเติมตามคำสั่งโจทกที่ ๑๐๗/๒๕๕๖ เรื่องการ

              ใหสินเชื่อบุคคล และโจทกมีคำสั่งที่ ๑๔๙/๒๕๕๒ เรื่องหลักเกณฑและวิธีปฏิบัติงานการรับฝากเงิน
              ประเภทเผื่อเรียกและประจำ จำเลยที่ ๑ ขณะปฏิบัติหนาที่พนักงานสินเชื่อไดนำบัตรประจำตัว

              ประชาชนและทะเบียนบานของนายอัฐภวินท นางสาวฐานิดา นางสาวปญณปราณ นางอมรรัตน

              นายกวิภัฎ และนางสาวลำดวน มาปลอมลายมือชื่อ พรอมจัดทำแบบคำขอกู ลงนามในเอกสาร

              และทำการปลอมเอกสารที่ใชประกอบการยื่นกู ไดแก หนังสือรับรองของผูบังคับบัญชา หนังสือ
              ยินยอมใหหักเงินเดือน และสลิปเงินเดือนของบริษัทเอส เอฟ ขอนแกน จำกัด (ที่ถูก หรือบริษัท

              เอส เอฟ โภคภัณฑ จำกัด) วิเคราะหสินเชื่อสวัสดิการหนวยงานเอกชนโดยเสนอวงเงินกูเกินกวา

              ที่ธนาคารกำหนด แลวจัดทำบันทึกอนุมัติสินเชื่อในระบบสินเชื่อธนาคารเพื่อนำเสนอคณะกรรมการ

              สินเชื่อสาขาอนุมัติ เมื่อไดรับการอนุมัติแลว จำเลยที่ ๑ ไดปลอมลายมือชื่อของผูกูและผูค้ำประกัน
              ในสัญญากูและสัญญาค้ำประกัน ปลอมลายมือชื่อในใบจายเงิน (อส.๒๐) และใบจายเงินกู (สช.๖)

              และจำเลยที่ ๑ ไดปลอมลายมือชื่อผูกูพรอมนำเอกสารการขอเปดบัญชีมาเปดบัญชีเงินฝากประเภท

              เผื่อเรียกแลวถอนเงินออกจากบัญชีดังกลาว อันเปนการกระทำทุจริต เปนการจงใจกระทำละเมิด

              และผิดสัญญาจางแรงงานทำใหโจทกไดรับความเสียหาย จำเลยที่ ๑ จึงตองรับผิดชดใชคาเสียหาย
              พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับจากวันที่ผูอำนวยการโจทกลงนามเห็นชอบตามมติคณะ

              กรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ เปนตนไป จำเลยที่ ๒

              และที่ ๔ ไมปฏิบัติตามคำสั่งโจทกที่ ๕๖/๒๕๕๕ เรื่องการใหสินเชื่อบุคคล ขอ ๒.๑.๒ โดยไมได

              พิจารณาวัตถุประสงคของการกูเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ และวิเคราะหความเปนไปได
              ในการขอสินเชื่อใหเปนไปตามคำสั่งของโจทก และจำเลยที่ ๒ ไมไดปฏิบัติตามคำสั่งของโจทกที่

              ๕๖/๒๕๕๕ วาดวยเรื่องการจายเงินกู สินเชื่อที่ตองตรวจความถูกตองกอนจึงจะอนุมัติจายเงินกู

              จำเลยที่ ๒ ลงนามอนุมัติจายเงินกูตามใบจายเงินโดยผูกูไมไดติดตอขอรับเงินดวยตนเอง จนเปน

              ชองทางใหจำเลยที่ ๑ กระทำการทุจริตไดสำเร็จ พฤติการณของจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ เปนการ
              ปฏิบัติหนาที่ดวยความประมาทเลินเลออยางรายแรงทำใหโจทกไดรับความเสียหายซึ่งเปนคา

              เสียหายที่เกิดจากการที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ กระทำผิดสัญญาจางแรงงาน และหนี้ดังกลาวเปน


                                                     ๑๒๓
   128   129   130   131   132   133   134   135   136   137   138