Page 132 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 132

จำเลยที่ ๑ ใหการและแกไขคำใหการ ขอใหยกฟอง

                       จำเลยที่ ๒ และที่ ๗ จำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๔ ใหการ และจำเลยที่ ๒ ที่ ๔ และที่ ๕ แกไข
              คำใหการทำนองเดียวกัน ขอใหยกฟอง

                       จำเลยที่ ๕ ใหการและแกไขคำใหการ ขอใหยกฟอง

                       จำเลยที่ ๖ ใหการ ขอใหยกฟอง
                       จำเลยที่ ๘ ใหการ ขอใหยกฟอง

                       ระหวางพิจารณาของศาลแรงงานกลาง โจทกกับจำเลยที่ ๓ ทำสัญญาประนีประนอม

              ยอมความ ศาลพิพากษาตามยอมแลว
                       ศาลแรงงานภาค ๔ พิพากษาใหจำเลยที่ ๑ ชดใชคาเสียหาย ๕,๔๑๓,๒๙๗.๓๓ บาท

              พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับแตวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ เปนตนไปจนกวาจะ

              ชำระเสร็จแกโจทก ใหจำเลยที่ ๒ ชดใชคาเสียหาย ๑,๖๓๒,๐๑๗.๕๗ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรา
              รอยละ ๗.๕ ตอป นับแตวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก ใหจำเลย

              ที่ ๔ ชดใชคาเสียหาย ๙๘๒,๕๒๔.๘๒ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับแตวันที่

              ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘  เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก ใหจำเลยที่ ๕ ชดใชคาเสียหาย
              ๑๙๙,๙๘๗.๒๙ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับแตวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘

              เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก ใหจำเลยที่ ๗ ชดใชคาเสียหาย ๕๐,๐๐๐ บาท พรอม

              ดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับถัดจากวันฟอง (ฟองวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๐) เปนตนไป
              จนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก ใหจำเลยที่ ๘ ชดใชคาเสียหาย ๔๓,๙๖๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรา

              รอยละ ๗.๕ ตอป นับถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก ทั้งนี้หากโจทกได

              บังคับชำระหนี้คืนจากจำเลยที่ ๑ หรือผูกู เมื่อนำมารวมกับจำนวนเงินที่จำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓
              จำเลยที่ ๔ จำเลยที่ ๕ จำเลยที่ ๗ จำเลยที่ ๘ ชดใชเกินจำนวนความเสียหาย หรือหากผูกูชำระ

              หนี้คืนโจทก เมื่อนำมารวมกับจำนวนเงินที่จำเลยที่ ๑ ชำระ หากเกินจำนวนความเสียหายของ

              จำเลยที่ ๑ ที่จะตองรับผิด ใหคืนเงินสวนที่โจทกไดรับชำระหนี้ไวเกินแกจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒
              จำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๔ จำเลยที่ ๕ จำเลยที่ ๗ จำเลยที่ ๘ ตามสัดสวนที่โจทกไดรับชำระไว (ที่ถูก

              สำหรับจำเลยที่ ๓ พิพากษาใหคดีเสร็จไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ) ยกฟองจำเลยที่ ๖

                       จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๗ และที่ ๘ อุทธรณ
                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานภาค ๔ ฟงขอเท็จจริง

              และวินิจฉัยวา โจทกเปนนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ มีฐานะเปน

              รัฐวิสาหกิจ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ เปนพนักงานโจทก จำเลยที่ ๖ เปนผูค้ำประกันการทำงานของ
              จำเลยที่ ๑ ยอมรับผิดในความเสียหายวงเงิน ๒๔,๖๒๐ บาท จำเลยที่ ๗ เปนผูค้ำประกันการ


                                                     ๑๒๒
   127   128   129   130   131   132   133   134   135   136   137