Page 135 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 135

มาตรา ๑๙๓/๓๐ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดของโจทกสรุปสำนวนการสอบสวน

              ตั้งแตวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘ และมีหนังสือถึงผูอำนวยการโจทกเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๘

              โจทกฟองคดีนี้เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ ฟองโจทกในเรื่องผิดสัญญาจางแรงงานจึงไมขาดอายุความ
                       คดีมีปญหาที่ตองวินิจฉัยเปนประการแรกตามอุทธรณของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๕

              ที่ ๗ และที่ ๘ วา ฟองของโจทกขาดอายุความหรือไม เห็นวา โจทกบรรยายฟองถึงความสัมพันธ

              ระหวางโจทกกับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ วาเปนพนักงานโจทก ไดทำสัญญาเขาทำงานกับโจทกโดย

              ตกลงจะปฏิบัติหนาที่ดวยความวิริยะ อุตสาหะและยินยอมปฏิบัติงานตามกฎหมาย ขอบังคับ
              ระเบียบ และคำสั่งของโจทกที่กำหนดไวอยางเครงครัด และจะปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตย

              สุจริต รอบคอบระมัดระวัง มิใหเกิดความเสียหาย หากฝาฝนเปนเหตุใหโจทกไดรับความเสียหาย

              ยินยอมชดใชคาเสียหายใหแกโจทก และระบุถึงการปฏิบัติงานของจำเลยที่ ๑ วากระทำการทุจริต

              จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ปฏิบัติงานไมเปนไปตามคำสั่งโจทกที่ ๕๖/๒๕๕๕ เรื่องการใหสินเชื่อบุคคล
              และคำสั่งโจทกที่ ๑๐๗/๒๕๕๖ เรื่องการใหสินเชื่อบุคคล (แกไขเพิ่มเติมครั้งที่ ๗) และจำเลยที่ ๕

              ปฏิบัติงานไมเปนไปตามคำสั่งโจทกที่ ๑๔๙/๒๕๕๒  เรื่องหลักเกณฑและวิธีปฏิบัติงานการรับ

              ฝากเงินประเภทเผื่อเรียกและประจำ อันเปนความบกพรองตอหนาที่ ปฏิบัติหนาที่ดวยความ

              ประมาทเลินเลออยางรายแรง ทำใหโจทกไดรับความเสียหาย คำฟองโจทกจึงเปนการฟองขอให
              จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ รับผิดทั้งมูลละเมิดและมูลสัญญาจางแรงงาน ดังนั้น แมโจทกจะไดรูถึงการ

              ละเมิดและรูตัวเจาหนาที่ ผูจะพึงตองใชคาสินไหมทดแทนตั้งแตวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ ๒๕๕๘

              ซึ่งเปนวันที่โจทกมีคำสั่งไลจำเลยที่ ๑ ออกจากตำแหนงตามที่จำเลยที่ ๑ อางในอุทธรณ และแม

              ผูอำนวยการโจทกจะทราบผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนความรับผิดทางละเมิดเมื่อ
              วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ ซึ่งถือวาโจทกรูตัวเจาหนาที่ผูจะพึงตองใชคาสินไหมทดแทนแกโจทก

              แลวตั้งแตวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ ตามที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๗ และที่ ๘ อางในอุทธรณ

              และแมโจทกนำคดีมาฟองเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ เกินกวา ๒ ป นับแตวันที่หนวยงานของรัฐ

              รูถึงการละเมิดและรูตัวเจาหนาที่ ผูจะพึงตองใชคาสินไหมทดแทน คดีจึงขาดอายุความตาม
              พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๑๐ วรรคสอง ก็ตาม

              แตในเรื่องผิดสัญญาจางแรงงาน มิไดบัญญัติอายุความไวโดยเฉพาะ จึงตองใชอายุความทั่วไป ๑๐ ป

              ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๙๓/๓๐ และเริ่มนับแตขณะที่อาจบังคับสิทธิ

              เรียกรองไดเปนตนไปตามมาตรา ๑๙๓/๑๒ กลาวคือนับแตวันที่จำเลยที่ ๑ กระทำการทุจริต
              และนับแตวันที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ รวมกันวิเคราะหและอนุมัติปลอยสินเชื่อไมเปนไปตามคำสั่งโจทก

              และนับแตวันที่จำเลยที่ ๕ อนุมัติใหเปดบัญชีไมเปนไปตามคำสั่งโจทก ซึ่งเปนวันผิดสัญญาจางแรงงาน


                                                     ๑๒๕
   130   131   132   133   134   135   136   137   138   139   140