Page 134 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 134
หนี้เงิน จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ จึงตองชำระดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับจากวันที่ผูอำนวยการ
โจทกลงนามเห็นชอบตามมติคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม
๒๕๕๘ เปนตนไป จำเลยที่ ๕ ในฐานะผูอนุมัติใหมีการเปดบัญชีผูกูรายนางสาวฐานิดา นางอมรรัตน
และนางสาวลำดวน มีหนาที่ตองปฏิบัติตามคำสั่งโจทกที่ ๑๔๙/๒๕๕๒ เรื่องหลักเกณฑและวิธี
ปฏิบัติงานการรับฝากเงินประเภทเผื่อเรียกและประจำ ที่กำหนดใหผูอนุมัติเปดบัญชีเงินฝากตอง
ตรวจสอบความสมบูรณถูกตองแลวลงลายมือชื่อรับรองยอดในสมุดเงินฝากและเอกสารตามที่
โจทกกำหนดกอนสงมอบสมุดเงินฝากใหแกผูฝาก แตจำเลยที่ ๕ มิไดตรวจสอบความถูกตองของ
เอกสาร ประกอบกับผูกูดังกลาวมิไดมาติดตอใหตัวอยางลายมือชื่อดวยตนเอง จนเปนชองทาง
ใหจำเลยที่ ๑ ถอนเงินกูออกจากบัญชีเงินฝากดังกลาวไดสำเร็จ เปนการไมปฏิบัติใหเปนไปตาม
คำสั่งของโจทก พฤติการณของจำเลยที่ ๕ เปนการปฏิบัติหนาที่ดวยความประมาทเลินเลออยาง
รายแรง ทำใหโจทกไดรับความเสียหาย จำเลยที่ ๕ จึงตองรับผิดตอโจทกตามสัญญาจางแรงงาน
และหนี้ดังกลาวเปนหนี้เงิน จำเลยที่ ๕ จึงตองรับผิดชำระดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับแต
วันที่ผูอำนวยการโจทกลงนามเห็นชอบตามมติคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดเมื่อ
วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ เปนตนไป จำเลยที่ ๖ ในฐานะผูค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ ๑
ในความเสียหายวงเงิน ๒๔,๖๒๐ บาท ไดชำระคาเสียหายแกโจทกครบถวนแลวตามสัญญา
ค้ำประกัน จำเลยที่ ๖ จึงไมจำตองรับผิดชำระคาเสียหายใหแกโจทกอีกและตามสัญญาค้ำประกัน
ผูเขาทำงาน เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ จำเลยที่ ๗ เขาทำสัญญาค้ำประกันการทำงาน
ของจำเลยที่ ๒ ในความเสียหายวงเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท และเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ จำเลย
ที่ ๘ เขาทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ ๕ ในความเสียหายวงเงิน ๔๓,๙๖๐ บาท
แมจะเปนการเขาทำสัญญาค้ำประกันการทำงานภายหลังที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๕ ตองรับผิดตอโจทก
แลวก็ตาม ยอมเปนการผูกพันตนชำระหนี้ตามสัญญาค้ำประกัน ซึ่งเปนหนี้อันสมบูรณที่เกิดขึ้น
แลวตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๖๘๑ จึงมิใชขอสัญญาที่ไมเปนธรรมหรือ
ขัดตอความสงบเรียบรอยและศีลธรรมอันดีของประชาชน จำเลยที่ ๗ และที่ ๘ จึงตองรับผิดชดใช
คาเสียหายใหแกโจทกตามสัญญาค้ำประกัน และหนี้ดังกลาวเปนหนี้เงิน โจทกบอกกลาวทวงถาม
ใหจำเลยที่ ๗ และที่ ๘ ชำระหนี้แลว แตจำเลยที่ ๗ และที่ ๘ ไมชำระ จึงตกเปนผูผิดนัดตองชดใช
ดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก และคดีนี้
โจทกฟองจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ เนื่องจากไมปฏิบัติใหเปนไปตามระเบียบและคำสั่งของโจทก เปนการ
ฟองขอใหบังคับทั้งมูลหนี้ละเมิดและมูลสัญญาจางแรงงาน ซึ่งไมมีกฎหมายบัญญัติอายุความในเรื่อง
ผิดสัญญาจางแรงงานไวโดยเฉพาะ จึงมีกำหนดอายุความ ๑๐ ป ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย
๑๒๔

