Page 136 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 136
อันเปนวันที่โจทกอาจบังคับสิทธิเรียกรองได เมื่อนับถึงวันฟองไมเกิน ๑๐ ป ฟองโจทกจึงไมขาด
อายุความ ที่ศาลแรงงานภาค ๔ พิพากษามานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณ
ของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๗ และที่ ๘ ฟงไมขึ้น
ที่จำเลยที่ ๑ อุทธรณในประเด็นที่ ๑ ตอมาวา ผูอำนวยการโจทกมิไดเสนอสำนวนการ
สอบสวนความรับผิดทางละเมิดใหแกกระทรวงการคลังซึ่งถือเปนหนวยงานที่กำกับดูแลโจทก
เพื่อพิจารณาและมีความเห็นชอบกอนที่โจทกจะทำหนังสือแจงใหจำเลยทั้งแปดผูตองรับผิดใช
คาสินไหมทดแทนทราบกอนนำคดีมาฟอง การที่โจทกนำคดีมาฟองโดยไมไดดำเนินการตามขั้นตอน
ดังกลาวจึงเปนการไมชอบดวยกฎหมายนั้น เห็นวา อุทธรณของจำเลยที่ ๑ ในขอนี้ จำเลยที่ ๑
ไมไดใหการไว จึงเปนอุทธรณในขอที่ไมไดยกขึ้นวากันมาแลวโดยชอบในศาลแรงงานภาค ๔ ซึ่ง
ตองหามมิใหอุทธรณตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบ
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง
ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย
ที่จำเลยที่ ๑ อุทธรณในประเด็นที่ ๒ ขอ ๒.๑ วา โจทกไมมีประจักษพยานมายืนยันวา
จำเลยที่ ๑ เปนผูปลอมเอกสารและปลอมลายมือชื่อของผูกูและผูค้ำประกันในสัญญากูเงินและ
สัญญาค้ำประกัน ผูกูทุกรายตางใหถอยคำวาไดรับเงินกูไปมากบางนอยบางซึ่งถือวาเปนผูมีสวน
ไดเสียในมูลเหตุแหงคดี มีโอกาสที่ผูกูจะใหถอยคำเพื่อใหตนเองหลุดพนความรับผิดหรือรับผิดใน
จำนวนที่ต่ำกวาความเปนจริง บันทึกถอยคำพยานโจทกเปนเพียงพยานบอกเลามีน้ำหนักความ
นาเชื่อถือนอย พยานโจทกมีพิรุธหลายประการและพยานโจทกทั้งหมดเปนเพียงพยานบอกเลานั้น
เห็นวา ศาลแรงงานภาค ๔ ฟงขอเท็จจริงและวินิจฉัยแลววา จำเลยที่ ๑ นำบัตรประจำตัวประชาชน
และทะเบียนบานของผูกูมาปลอมลายมือชื่อพรอมจัดทำแบบคำขอกูและจัดใหมีการลงนามใน
เอกสารและทำการปลอมเอกสารที่ใชในการประกอบการยื่นกู แลวจัดทำบันทึกอนุมัติสินเชื่อใน
ระบบสินเชื่อเพื่อนำเสนอคณะกรรมการสินเชื่อสาขาอนุมัติ เมื่อไดรับอนุมัติแลวจำเลยที่ ๑
ปลอมลายมือชื่อของผูกูและผูค้ำประกันในสัญญากูและสัญญาค้ำประกัน ปลอมลายมือชื่อใน
ใบจายเงิน (อส.๒๐) และใบจายเงินกู (สช.๖) และจำเลยที่ ๑ ปลอมลายมือชื่อผูกูพรอมนำเอกสาร
ขอเปดบัญชีมาเปดบัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกแลวถอนเงินออกจากบัญชี อุทธรณของจำเลยที่ ๑
ในขอนี้ลวนเปนอุทธรณโตแยงดุลพินิจในการวินิจฉัยและรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงาน
ภาค ๔ จึงเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน
และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษ
ไมรับวินิจฉัยเชนกัน
๑๒๖

