Page 137 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 137

มีปญหาที่ตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยที่ ๑ ในประเด็นที่ ๒ ขอ ๒.๒ วา จำเลย

              ที่ ๑ และที่ ๖ ไดชดใชคาเสียหายใหแกโจทกไปแลวประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท โจทกมิอาจฟอง

              เรียกคาเสียหายกรณีละเมิดหรือกรณีผิดสัญญาจางแรงงานเอากับจำเลยที่ ๑ ไดอีกนั้น เห็นวา
              ศาลแรงงานภาค ๔ ฟงขอเท็จจริงวา จำเลยที่ ๑ กระทำการทุจริตปลอมลายมือชื่อและเอกสาร

              ของผูกูจำนวน ๑๑ ราย เปนเหตุใหโจทกไดรับความเสียหายเปนเงิน ๑๒,๒๐๐,๐๐๐ บาท ตอมา

              จำเลยที่ ๑ นำเงินมาชดใชคืนแกโจทกบางสวน คงเหลือความเสียหายจำนวนผูกู ๖ ราย รวมความ

              เสียหาย ๕,๔๑๓,๒๙๗.๓๓ บาท ซึ่งเปนความเสียหายที่โจทกยังไมไดรับชดใชจากจำเลยทั้งแปด
              ในขณะฟอง ซึ่งจำนวนเงินที่จำเลยที่ ๑ ชดใชขางตนเปนเพียงการชดใชความเสียหายบางสวน

              เทานั้น ดังนั้น การที่โจทกใชสิทธิฟองจำเลยที่ ๑ เรียกคาเสียหายจากการกระทำละเมิดจากจำเลย

              ที่ ๑ ในสวนที่ยังขาดอยูจึงชอบแลว อุทธรณของจำเลยที่ ๑ ในขอนี้จึงฟงไมขึ้น

                       ที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ อุทธรณในประเด็นที่ ๒ และที่ ๓ วา จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ผิดสัญญา
              จางแรงงานหรือไม เห็นวา ศาลแรงงานภาค ๔ ฟงขอเท็จจริงประกอบคำเบิกความพยานปาก

              นายอนุชา นายภพกร และนายคชภัค วาหนาที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสินเชื่อสาขา

              ตามคำสั่งโจทกที่ ๕๖/๒๕๕๕ เรื่องการใหสินเชื่อบุคคลขอ ๒.๑.๒ คณะกรรมการสินเชื่อสาขามี

              อำนาจหนาที่ใหพนักงานสินเชื่อพิจารณาและวิเคราะหสินเชื่อโดยพิจารณาวัตถุประสงค ความ
              สามารถในการชำระหนี้ และวิเคราะหความเปนไปไดในการขอสินเชื่อ มิใชเปนการพิจารณาอนุมัติ

              ตามที่จำเลยที่ ๑ เปนผูวิเคราะหสินเชื่อมาแตฝายเดียว จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ มีหนาที่ตองวิเคราะห

              สินเชื่อและพิจารณาอนุมัติใหเปนไปตามคำสั่งของโจทก และจำเลยที่ ๒ ในฐานะผูอนุมัติใหจาย

              เงินกูสินเชื่อสวัสดิการในใบจายเงิน (อส.๒๐) ใหแกผูกูรายนายอัฐภวินท นางสาวฐานิดา นางสาว
              ปญณปราณ นายกวิภัฎ และนางสาวลำดวน ไมปฏิบัติตามคำสั่งของโจทกที่ ๕๖/๒๕๕๕ เรื่องการ

              ใหสินเชื่อบุคคลที่ตองตรวจความถูกตองจึงจะอนุมัติจายเงินกู จำเลยที่ ๒ ไดลงนามอนุมัติจายเงินกู

              ตามใบจายเงิน โดยผูกูไมไดติดตอขอรับเงินดวยตนเองแตอยางใด ดังนั้น อุทธรณของจำเลยที่ ๒

              และที่ ๔ ในขอนี้ลวนเปนอุทธรณโตเถียงดุลพินิจในการวินิจฉัยและรับฟงพยานหลักฐานของ
              ศาลแรงงานภาค ๔ จึงเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติ

              จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ

              คดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       ที่จำเลยที่ ๕ อุทธรณในประเด็นที่ ๒ วา จำเลยที่ ๕ ผิดสัญญาจางแรงงานหรือไม เห็นวา
              ศาลแรงงานภาค ๔ ฟงขอเท็จจริงแลววา ผูกูรายนางสาวฐานิดา นางอมรรัตน และนางสาวลำดวน

              ไมไดมาเปดบัญชีดวยตนเอง จำเลยที่ ๕ ในฐานะผูอนุมัติใหเปดบัญชี มิไดตรวจสอบความถูกตอง


                                                     ๑๒๗
   132   133   134   135   136   137   138   139   140   141   142