Page 139 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 139

จึงไมจำตองวินิจฉัยในอุทธรณขอนี้ และที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ อุทธรณตอมาวา เนื่องจากโจทก

              ทราบดีและพบวามีปญหาในการนำประกาศคำสั่งของโจทกมาปฏิบัติ จนเปนเหตุใหโจทกตั้ง

              คณะกรรมการเพื่อรวบรวม ปรับปรุงระเบียบคำสั่งตาง ๆ ในวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๑ โจทกไดออก
              ประกาศคำสั่งโจทกที่ ๑๑๔/๒๕๖๑ เรื่องการใหสินเชื่อบุคคล โดยใหยกเลิกคำสั่งโจทกที่ ๕๖/๒๕๕๕

              ทั้งฉบับ ดังนั้น การปรับปรุงคำสั่งเกี่ยวกับการใหสินเชื่อบุคคลของโจทกแสดงใหเห็นวาโจทก

              ทราบถึงสภาพปญหาของการออกประกาศใชคำสั่งและการนำคำสั่งไปใชของพนักงานผูปฏิบัติงาน

              ดานสินเชื่อของโจทก ทำใหพนักงานสินเชื่อสับสนโดยเฉพาะคำสั่งเกี่ยวกับการใหสินเชื่อซึ่งออก
              คำสั่งมาใหมโดยไมแจงการเปลี่ยนแปลงใหพนักงานผูปฏิบัติทราบโดยตรงยอมถือวาโจทกมีสวน

              ประมาทเลินเลอดวยนั้น เห็นวา อุทธรณของจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ในสวนนี้จึงเปนขอที่ไมไดยกขึ้น

              วากันมาแลวโดยชอบในศาลแรงงานภาค ๔ ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามประมวลกฎหมาย

              วิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ
              วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       ที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ อุทธรณในประเด็นที่ ๖ และจำเลยที่ ๕ อุทธรณในประเด็นที่ ๔

              วา ศาลแรงงานภาค ๔ กำหนดใหจำเลยที่ ๒ ที่ ๔ และที่ ๕ ชดใชคาเสียหายโดยไมเปนธรรมและ

              ไมชอบดวยกฎหมาย เห็นวา การที่ศาลแรงงานภาค ๔ กำหนดใหจำเลยที่ ๒ รับผิดอัตรารอยละ ๒๐
              ของความเสียหายรายนายอัฐภวินท นางสาวฐานิดา นางอมรรัตน นายกวิภัฎ และนางสาวลำดวน

              ของความเสียหาย ๔,๔๖๑,๕๓๑.๕๖ บาท เปนเงิน ๘๙๒,๓๐๖.๓๑ บาท สวนผูกูรายนางสาว

              ปญณปราณ ใหจำเลยที่ ๒ รับผิดรอยละ ๓๐ ของความเสียหาย ๙๕๑,๗๖๕.๗๗ บาท เปนเงิน

              ๒๘๕,๕๒๙.๗๓ บาท และจำเลยที่ ๒ รับผิดในฐานะผูอนุมัติใหจายเงินกูสินเชื่อสวัสดิการใน
              ใบจายเงิน (อส.๒๐) ใหกับผูกูรายนายอัฐภวินท นางสาวฐานิดา นางสาวปญณปราณ นายกวิภัฎ

              และนางสาวลำดวนรอยละ ๑๐ ของความเสียหายดังกลาว เปนเงิน ๔๕๔,๑๘๑.๕๓ บาท และ

              จำเลยที่ ๔ ในฐานะกรรมการสินเชื่อสาขา รับผิดรอยละ ๒๐ ผูกูรายนายอัฐภวินท นางสาวฐานิดา

              นางอมรรัตน และนายกวิภัฎของความเสียหาย ๓,๔๘๔,๙๗๕.๕๗ บาท เปนเงิน ๖๙๒,๙๙๕.๐๙ บาท
              และผูกูรายนางสาวปญณปราณใหรับผิดรอยละ ๓๐ ของความเสียหาย ๙๕๑,๗๖๕.๗๗ บาท

              เปนเงิน ๒๘๕,๕๒๙.๗๓ บาท และใหจำเลยที่ ๕ รับผิดอัตรารอยละ ๑๐ ของความเสียหาย

              รายผูกูนางสาวฐานิดา นางอมรรัตน และนางสาวลำดวนของความเสียหาย ๒,๗๙๙,๘๗๒.๗๓ บาท

              เปนเงิน ๒๗๙,๙๘๗.๒๙ บาท นั้น เปนกรณีที่ศาลแรงงานภาค ๔ ใชดุลพินิจกำหนดคาเสียหาย
              ที่เหมาะสมแกพฤติการณและความรายแรงที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๔ และที่ ๕ จะตองรับผิดตามสัญญา

              จางแรงงานและพฤติการณตอความเสียหายที่เกิดขึ้นแกโจทก อุทธรณของจำเลยที่ ๒ ที่ ๔ และ


                                                     ๑๒๙
   134   135   136   137   138   139   140   141   142   143   144