Page 148 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 148

คาชดเชยใหแกนายจิลลนั้น เห็นวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงและวินิจฉัยแลววา การที่

              นายจิลลไมสามารถรวมทำงานกับผูจัดการทั่วไปของโจทก มิใชเหตุที่โจทกจะเลิกจางนายจิลลโดยไม

              ตองจายคาชดเชยตามกฎหมาย ดังนั้นอุทธรณของโจทกดังกลาวก็เปนการอุทธรณโตแยงดุลพินิจ
              ในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง อันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิให

              อุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔

              วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัยเชนกัน

                       คดีมีปญหาที่ตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกในขอ ๒.๓ วา สัญญาจางระหวางโจทก
              กับนายจิลลเปนสัญญาจางที่ไดกำหนดระยะเวลาจางไวแนนอน ดังนั้น เมื่อครบกำหนดในสัญญา

              แลว สัญญายอมเลิกกันทันทีหรือไม เห็นวา งานดูแลและจัดการในครัวทั้งหมดที่นายจิลล ไดรับ

              มอบหมายจากโจทกโดยเฉพาะการปรุงอาหารของหวานหรือเครื่องดื่มใหมีคุณภาพและความ

              พึงพอใจ รวมทั้งสรางผลกำไรจากการขายอาหาร ของหวานและเครื่องดื่มแกโจทก ถือเปนการ
              ประกันคุณภาพสินคาหรือบริการอันกอใหเกิดผลกำไรตามขอตกลงตามสัญญา ดังนั้น การที่

              โจทกวาจางนายจิลลใหทำหนาที่หัวหนาพอครัวมีหนาที่ดูแลและจัดการการปรุงอาหาร ของหวาน

              หรือเครื่องดื่มจึงตองถือวาเปนการปฏิบัติงานตามปกติของธุรกิจหรือการคาของโจทกดวย ฉะนั้น

              แมการจางงานระหวางโจทกกับนายจิลลจะมีกำหนดระยะเวลาการจางไวแนนอนตามพระราชบัญญัติ
              คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ วรรคสาม ก็ตาม แตการจะพิจารณาวาโจทกตองจาย

              คาชดเชยเมื่อโจทกเลิกสัญญาจางแรงงานที่มีกำหนดระยะเวลาการจางไวแนนอนกับนายจิลล

              ไดหรือไม จำตองพิจารณาขอยกเวนตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘

              วรรคสี่ อีกชั้นหนึ่ง หาใชเมื่อสัญญาจางแรงงานระหวางโจทกและนายจิลลเปนสัญญาจางแรงงาน
              ที่มีกำหนดระยะเวลาการจางไวแนนอนแลว เมื่อโจทกเลิกจางนายจิลล โจทกไมจำตองจาย

              คาชดเชยใหแกนายจิลลตามที่โจทกกลาวอางไม อุทธรณของโจทกขอนี้ฟงไมขึ้น

                       คดีมีปญหาที่ตองไดวินิจฉัยประการสุดทายตามอุทธรณของโจทกขอ ๒.๕ วา นายจิลล

              ใชสิทธิเรียกรองตอจำเลยเปนการใชสิทธิโดยสุจริตตามกฎหมายหรือไม เห็นวา แมการจางงาน
              ระหวางโจทกกับนายจิลลจะมีกำหนดระยะเวลาการจางไวแนนอนและโจทกไดเลิกจางนายจิลล

              ตามกำหนดระยะเวลานั้นก็ตาม แตเมื่อการจางงานดังกลาวเปนงานปกติของธุรกิจหรือการคา

              ของโจทก จึงตองดวยขอยกเวนที่ใหนายจางตองจายคาชดเชยใหแกลูกจางซึ่งเลิกจางกรณี

              การจางมีกำหนดระยะเวลาไวแนนอนและเลิกจางตามกำหนดระยะเวลานั้น ตามที่บัญญัติไวใน
              พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ วรรคสี่ ดังที่ไดวินิจฉัยมาแลวขางตน

              เมื่อโจทกเลิกจางนายจิลลโดยไมปรากฏวานายจิลลกระทำผิดหรือกระทำการอันมีลักษณะ


                                                     ๑๓๘
   143   144   145   146   147   148   149   150   151   152   153