Page 151 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 151

จายเงินดังกลาวแกโจทก ไมตองดวยความเห็นของศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษ อุทธรณ

              ของจำเลยฟงขึ้น






                       โจทกฟอง ขอใหบังคับจำเลยจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาจำนวน ๙๘,๓๓๓ บาท

              และคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรมจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรา

              รอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงินแตละจำนวน และคาชดเชยจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ย
              อัตรารอยละ ๑๕ ตอป นับแตวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก

                       จำเลยใหการ ขอใหยกฟอง

                       ศาลแรงงานกลาง พิพากษาใหจำเลยจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาจำนวน

              ๙๓,๓๓๓ บาท และคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรมจำนวน ๒๕๐,๐๐๐ บาท พรอม
              ดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงินแตละจำนวน นับแตวันถัดจากฟอง (ฟองวันที่ ๓๑

              สิงหาคม ๒๕๖๐) เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก ใหจำเลยจายคาชดเชยจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท

              พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป นับแตวันถัดจากฟอง (ฟองวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๐)

              เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก
                       จำเลยอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง

              เปนยุติวา เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ จำเลยจางโจทกเขาทำงานเปนลูกจาง ตำแหนงสุดทาย

              ทำหนาที่เปนผูจัดการฝายขาย ไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท กำหนดจาย
              คาจางทุกวันที่ ๒๕ ของเดือน ตอมาวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๘ จำเลยใหโจทกลงชื่อในใบลาออก

              ตอมาจำเลยมีหนังสือแจงการสิ้นสุดการเปนผูประกันตนตอสำนักงานประกันสังคม แลววินิจฉัยวา

              จำเลยเลิกจางโจทกไมใชโจทกลาออกเอง และการที่จำเลยตั้งคณะทำงานเพื่อสอบสวนหาสาเหตุ

              ของการเลิกจางโจทกโดยไมไดระบุแตแรกวา จำเลยเลิกจางโจทกเพราะโจทกกระทำผิดเรื่องอะไร
              ไวใหชัดเจนที่ถือวาเปนหนังสือเลิกจาง ดังนั้น ขอเท็จจริงรับฟงไดวา จำเลยเลิกจางโจทกโดยไมมี

              เหตุอันควรและไมเปนธรรมแกโจทก จำเลยจึงตองจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา คาชดเชย

              และคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรม

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยวา จำเลยเลิกจางโจทกหรือไม เห็นวา
              สัญญาจางแรงงานเปนเอกเทศสัญญาประเภทหนึ่งที่คูสัญญาอาจบอกเลิกสัญญาโดยแสดงเจตนา





                                                     ๑๔๑
   146   147   148   149   150   151   152   153   154   155   156