Page 154 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 154

ตามที่กฎหมายบัญญัติ จำเลยจึงตองรับผิดตอโจทก โดยคาเสียหายที่จำเลยตองรับผิด

              ตองไมใชคาเสียหายที่มีลักษณะเดียวกับคาจางหรือคาลวงเวลา ทั้งโจทกไดรับการจัดสรร

              เวลาพักวันหนึ่งไมนอยกวา ๑ ชั่วโมงแลว แตโจทกจะไดรับความเสียหายเทาใดนั้น คดียังไมมี

              ขอเท็จจริงเพียงพอและการกำหนดคาเสียหายดังกลาวเปนเรื่องดุลพินิจซึ่งเปนขอเท็จจริง
              ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมอาจจะกระทำได จึงตองยอนสำนวนไปใหศาลแรงงานกลาง

              ฟงขอเท็จจริงในสวนนี้เพิ่มเติมและกำหนดจำนวนคาเสียหายเสียกอนแลวพิพากษาใหม

              ตอไปตามรูปคดี






                       โจทกฟองและแกไขคําฟอง ขอใหบังคับจําเลยจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา

              ๔๒,๔๙๙.๖๖ บาท เงินโบนัส ๒๓,๙๗๓.๕๐ บาท คาลวงเวลา ๘๔๖,๗๒๐ บาท คาเสียหายจาก
              การเลิกจางไมเปนธรรม ๓๒๔,๑๕๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงินแตละ

              จำนวนนับแตวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จ คาชดเชย ๒๑๖,๑๐๐ บาท คาจางสําหรับ

              วันหยุดพักผอนประจําป ๙,๗๒๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป ของตนเงินแตละ

              จำนวนนับแตวันฟองเปนตนไป จนกวาจะชําระเสร็จแกโจทก
                       จําเลยใหการและแกไขคําใหการ ขอใหยกฟอง

                       ศาลแรงงานกลาง พิพากษายกฟอง

                       โจทกอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชํานัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง
              และวินิจฉัยวา โจทกอางวาจําเลยขมขูใหเขียนใบลาออกมิฉะนั้นจะไมจายเงินโบนัส โจทกทํางาน

              กับจําเลยมานาน เปนผูจัดการแผนก ยอมตองรูดีวาลาออกแลวจะไมไดรับคาชดเชยและเงินอื่น

              ตามกฎหมายซึ่งมีจํานวนมากกวาเงินโบนัสที่โจทกจะไดรับ และสิทธิในการรับเงินโบนัสนั้น

              หากโจทกไมไดกระทําผิด ก็สามารถใชสิทธิเรียกรองไดโดยไมจําตองลาออก ทั้งโจทกเองก็เคย
              กระทําผิดระเบียบขอบังคับเกี่ยวกับการทํางานของจําเลยทะเลาะวิวาทกับเพื่อนรวมงานประมาท

              เลินเลอแจงโอนสินคาผิดสาขาทําใหจําเลยไดรับความเสียหาย ถูกจําเลยลงโทษทางวินัยโดย

              ตักเตือนเปนหนังสือ มาทํางานสายบอย และกอนที่โจทกจะลาออกยังไดปรึกษากับอดีตที่ปรึกษา

              กฎหมายของจําเลย แนะนําวาหากไมยอมลาออกจะไมไดรับเงินใด ๆ ทั้งสิ้น โจทกจึงเขียนใบลาออก
              เพราะกลัววาจะไมไดรับเงิน ดังนั้นการที่โจทกเขียนใบลาออกนาจะเกิดจากปญหาการทํางานของ

              โจทกเอง จึงเกิดความกดดันและความกลัววาจะถูกไลออกและไมไดรับเงินใด ๆ โจทกไดเขียน


                                                     ๑๔๔
   149   150   151   152   153   154   155   156   157   158   159