Page 156 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 156

แรงงานใหอํานาจแกศาลแรงงานในการเรียกพยานหลักฐานมาสืบเองไดตามสมควรเพื่อใชดุลพินิจ

              วาการเลิกจางไมเปนธรรมตอโจทกหรือไม และการกําหนดแนวทางในการพิจารณาที่ใหศาลคํานึง

              ถึงอายุของลูกจาง ระยะเวลาการทํางานของลูกจาง ความเดือดรอนของลูกจางเมื่อถูกเลิกจาง
              มูลเหตุแหงการเลิกจาง เงินคาชดเชยที่ลูกจางมีสิทธิไดรับ ประกอบการพิจารณาดวย จําเลยบังคับ

              ใหโจทกลาออก ซึ่งขอเท็จจริงทางคดีมีนอกเหนือจากที่ศาลไดทําการไตสวนไวในสํานวน ยังมี

              ขอเท็จจริงอีกหลายประการที่ยังไมปรากฏ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยวา การที่โจทกเขียนใบลาออก

              นาจะเกิดจากปญหาในการทํางานของโจทกเอง จึงเกิดความกดดันและความกลัววาถาหากถูก
              ไลออกจะไมไดรับเงินใด ๆ นั้น เปนคําวินิจฉัยที่ขัดตอกฎหมายเพราะศาลตองฟงขอเท็จจริงให

              ครบถวนเสียกอนที่จะพิพากษา เห็นวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา โจทกทำงานกับจำเลย

              มานาน เปนถึงผูจัดการแผนก โจทกยอมรูดีวาหากลาออกเองโจทกจะไมไดรับเงินคาชดเชยและ

              เงินอื่น ๆ ตามกฎหมายซึ่งมีจำนวนมากกวาเงินโบนัสที่จะไดรับ โจทกเคยทำผิดระเบียบขอบังคับ
              เกี่ยวกับการทำงาน ประมาทเลินเลอแจงโอนสินคาผิดสาขา มาทำงานสายบอย โจทกจึงเขียน

              ใบลาออกเอง อุทธรณของโจทกดังกลาวจึงเปนอุทธรณโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐาน

              ของศาลแรงงานกลาง อันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติ

              จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ
              คดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกขอ ๒.๒ วา โจทกมีสิทธิไดรับคาลวงเวลา

              หรือไม เพียงใด เห็นวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา ขอบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย

              หมวด ๑ วันทำงาน เวลาทำงานปกติ เวลาพัก กำหนดใหงานสำนักงานมีวันทำงานตั้งแตวันจันทร
              ถึงวันศุกร วันละ ๙ ชั่วโมง เวลาทำงานปกติระหวางเวลา ๘.๓๐ นาิกา ถึง ๑๘.๓๐ นาิกา และ

              ๙ นาิกา ถึง ๑๙ นาิกา มีเวลาพัก ๑๒ นาิกา ถึง ๑๓ นาิกา โดยโจทกทำงานวันละ ๙ ชั่วโมง

              มีเวลาพักชวง ๑๒ นาิกา ถึง ๑๓ นาิกา เมื่อพิจารณาตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๒๗ ที่บัญญัติวา ในวันที่มีการทำงาน ใหนายจางจัดใหลูกจางมีเวลาพัก
              ระหวางการทำงานวันหนึ่งไมนอยกวาหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ลูกจางทำงานมาแลวไมเกิน ๕ ชั่วโมง

              ติดตอกันนั้น ตามบทบัญญัติดังกลาว กฎหมายกำหนดคุมครองลูกจางใหมีเวลาพัก โดยใหนายจาง

              กำหนดใหลูกจางหยุดพักระหวางการทำงาน มิใหตองทำงานติดตอกันเปนเวลานานเกินสมควร

              ซึ่งจะสงผลกระทบตอลูกจาง บทบัญญัติดังกลาวมีวัตถุประสงคเพื่อใหลูกจางมีโอกาสฟนฟู
              สมรรถภาพของรางกายสามารถทำงานตอไปได โดยไมมีผลกระทบตอสุขภาพและความปลอดภัย

              ของลูกจางในการทำงานแมปรากฏวาจำเลยไดจัดใหโจทกทำงานตั้งแตเวลา ๘.๓๐ นาิกา หรือ


                                                     ๑๔๖
   151   152   153   154   155   156   157   158   159   160   161