Page 160 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 160

จำเลยที่ ๒ อุทธรณ

                       โจทกยื่นคำรองขอรับเงิน ๔,๖๓๗,๒๕๓.๘๓ บาท ที่จำเลยที่ ๒ นำมาวางศาลแรงงานกลาง

              เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาใหแกโจทกเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๒
                       ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งวา คดียังไมถึงที่สุด จึงไมอนุญาต ใหยกคำรอง

                       โจทกอุทธรณคำสั่ง

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางรับฟงขอเท็จจริง

              และวินิจฉัยวา ตามสัญญาจางพรอมคำแปลเปนสัญญาจางที่จำเลยที่ ๒ ทำสัญญากับโจทก
              โดยไดรับการแตงตั้งและรับมอบอำนาจจากจำเลยที่ ๑ แมสัญญาจางแตละฉบับดังกลาวจะมีกำหนด

              ระยะเวลา ๑ ป โดยมีกำหนดระยะเวลาเริ่มตนและสิ้นสุดแนนอน แตจำเลยทั้งสองก็ทำสัญญา

              ตอเนื่องกับโจทกมาตลอดนับแตสัญญาจางฉบับแรกถึงสัญญาจางฉบับสุดทาย รวมระยะเวลาที่

              โจทกทำงานใหแกจำเลยทั้งสอง ๑๗ ป ๑๐ เดือน โดยในการตอสัญญาแตละฉบับ จำเลยทั้งสอง
              จะสงสัญญาใหกับโจทกลวงหนาหลายเดือน เพื่อใหโจทกตอบรับภายใน ๑๕ วัน วาประสงคจะตอ

              สัญญากับจำเลยทั้งสองหรือไม มิใชในกรณีที่ใกลจะครบสัญญาแลวจึงมีการตอสัญญากันใหม

              แตอยางใด ลักษณะของการที่จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาจางโจทกตั้งแตวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๒

              เปนตนไปจนกระทั่งถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๐ ตอเนื่องกันมาเปนระยะเวลา ๑๗ ปเศษ โดยมีการ
              ตอสัญญาจางเปนระยะเวลาครั้งละ ๑ ป ปตอปเชนนี้ ถือวาจำเลยที่ ๒ มีเจตนาทำสัญญาจางกับ

              โจทกไปเรื่อย ๆ โดยไมมีกำหนดระยะเวลา พฤติการณที่จำเลยทั้งสองทำสัญญาในลักษณะดังกลาว

              ปตอปกับโจทกและครูคนอื่นก็โดยมีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงไมจายคาชดเชยใหกับโจทกและครูคนอื่น

              ซึ่งเปนลูกจาง และการที่จำเลยทั้งสองยื่นสัญญาจางฉบับใหมใหโจทกตอสัญญาจางลวงหนาหลาย
              เดือนก็มีลักษณะเปนการผูกมัดเพื่อที่จะไมใหโจทกออกไปทำงานที่อื่น สัญญาจางระหวางจำเลยที่ ๒

              กับโจทกเปนสัญญาจางที่ไมมีกำหนดระยะเวลา จึงไมสามารถนำระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

              วาดวยการคุมครองการทำงานของครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗

              ขอ ๓๕ (๒) มาใชบังคับกับโจทกได กรณีดังกลาวจึงตองนำพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐
              มาตรา ๘๖ ประกอบระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงานของครูใหญและ

              ครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๔ ขอ ๓๒ (๕) มาใชกับโจทก เมื่อขอเท็จจริงรับฟงไดวา

              โจทกทำงานกับจำเลยที่ ๒ เปนเวลา ๑๗ ป ๑๐ เดือน ถือวาโจทกทำงานติดตอกันครบ ๑๐ ป

              ขึ้นไป จึงใหจำเลยที่ ๒ จายคาชดเชยใหกับโจทกเทากับอัตราเงินเดือนสุดทาย ๑๐ เดือน
              ขอเท็จจริงรับฟงไดตามคำแถลงรับของคูความวาโจทกไดรับเงินเดือน ๑๓๓,๔๘๕ บาท คาเชาบาน

              ๒๕,๐๐๐ บาท และคาวิชาชีพ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๒ จายใหแกโจทกทุกเดือนโดยไมตอง


                                                     ๑๕๐
   155   156   157   158   159   160   161   162   163   164   165