Page 165 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 165

โจทกฟอง ขอใหบังคับจำเลยทั้งสามรวมกันหรือแทนกันชำระเงิน ๓๕,๕๘๔,๗๗๙ บาท

              พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของยอดเงินดังกลาวนับถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวา
              จะชำระเสร็จแกโจทก

                       จำเลยทั้งสามใหการ แกไขคำใหการและฟองแยง ขอใหยกฟอง และบังคับโจทกชำระเงิน

              แกจำเลยที่ ๑ เปนคาฝกอบรมและคาเสียหาย ๑,๘๘๖,๘๑๕ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕

              ตอป ของตนเงิน ๑,๘๕๒,๐๘๕ บาท นับถัดจากวันฟองแยงจนกวาจะชำระเสร็จ ใหโจทกหยุดการ

              กระทำอันเปนการคาแขงกับจำเลยที่ ๑ และหามกระทำการคาแขงเปนเวลา ๕ ป หากไมหยุด
              กระทำการใหชดใชเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

                       โจทกใหการแกฟองแยง ขอใหยกฟองแยง

                       ระหวางพิจารณาของศาลแรงงานกลาง โจทกแถลงสละประเด็นเรื่องคาจางคางจาย
                       ศาลแรงงานกลาง พิพากษาใหจำเลยที่ ๑ จายคาชดเชย ๑๕๐,๐๐๐ บาท สินจางแทน

              การบอกกลาวลวงหนา ๘๐,๐๐๐ บาท คาจางสำหรับวันหยุดพักผอนประจำป ๑๖,๖๖๖.๖๖ บาท

              คาเสียหายจากการปรับลดคลาสการสอนและคาขาดโอกาส ๒๕๓,๐๐๐ บาท คาเสียหายจากการ

              เลิกจางที่ไมเปนธรรม ๘๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของยอดเงินแตละ

              จำนวนตามลำดับ นับถัดจากวันฟอง (ฟองวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๐) เปนตนไป จนกวาจะชำระ
              เสร็จแกโจทก คำขออื่นนอกจากนี้ใหยก และใหยกฟองแยงของจำเลยทั้งสาม

                       จำเลยทั้งสามอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา
              โจทกเปนลูกจางจำเลยที่ ๑ ในตำแหนง ARTISTIC DIRECTOR ตั้งแตวันที่ ๑ กุมภาพันธ ๒๕๕๙

              คาจางเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท คาฝกสอนเดือนละ ๘๐,๐๐๐ บาท กอนหนานั้นจำเลยที่ ๑

              พาโจทกไปเรียนวิชาสอนการออกกำลังกายดวยบันจี้ (BUNGEE) ที่ประเทศอังกฤษ การสงไป

              เรียนวิชาสอนการออกกำลังกายที่ประเทศอังกฤษ จำเลยที่ ๑ สงคนไปเรียน ๓ คน คือ โจทก

              จำเลยที่ ๒ และนางสาววรินรดา ลูกจางของจำเลยที่ ๑ อีกคน หลังจากโจทกและจำเลยที่ ๑
              ทำสัญญาจางงานกันไปไดระยะหนึ่งแลว เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๐ จำเลยที่ ๑ ออกหนังสือแจง

              ใหปรับปรุงพฤติกรรมและทัศนคติตอการทำงานและองคกรโดยสั่งใหโจทกหยุดงาน ๒ วัน เมื่อวันที่

              ๒๑ กันยายน ๒๕๖๐ จำเลยที่ ๑ ออกหนังสือตักเตือนใหปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและ
              จำเลยที่ ๑ มีคำสั่งเลิกจางโจทกเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ แลววินิจฉัยวา เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม

              ๒๕๖๐ จำเลยที่ ๑ มีหนังสือแจงใหโจทกปรับปรุงพฤติกรรมและทัศนคติตอการทำงานและองคกร

              จึงเปนหนึ่งในสาเหตุที่เริ่มจะนำไปสูการจะยุตินิติสัมพันธดานการจางงานตอกัน จากนั้นมาจำเลยที่ ๑


                                                     ๑๕๕
   160   161   162   163   164   165   166   167   168   169   170