Page 215 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 215

ที่โจทกทั้งสามอุทธรณตามขอ ๓.๑ ขอ ๓.๒ และขอ ๔ วา ตามเอกสารจำเลยทำขึ้นใน

              รูปแบบจดหมายเลิกจางเพื่อใหเปนผลเลิกสัญญา เปนการเลิกจางตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๗ วรรคสอง ไมมีขอความใดแสดงใหเห็นวาโจทกทั้งสามและจำเลยไดตกลง
              เพื่อที่จะยุติสัญญาจาง เปนการแสดงเจตนาเลิกสัญญาจางของจำเลยแตเพียงฝายเดียวก็ดี อุทธรณ

              วาเอกสารดังกลาว จำเลยทำขึ้นในรูปแบบเดียวกับจดหมายแจงการเลื่อนตำแหนงของโจทกทั้งสาม

              ลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๙ มิใชเอกสารที่ทำขึ้นดวยความสมัครใจของทั้งสองฝาย เปนการแสดง

              เจตนาของบุคคลเพียงฝายเดียว เปนเพียงนิติกรรมการบอกเลิกสัญญาก็ดี จำเลยไดยื่นขอแกไข
              คำแปลเอกสารดังกลาวโดยคำวา acknowledge จากแปลวา รับทราบ เปน ยอมรับ ไมถูกตองใน

              การแปลความหมายในรูปประโยคดังกลาว เพื่อใหศาลแรงงานกลางรับฟงขอเท็จจริงผิดไปจาก

              ความเปนจริงก็ดี อุทธรณวาศาลแรงงานกลางหยิบยกเฉพาะบางถอยคำและตัวอักษรในเอกสาร

              เลิกจางดังกลาวมาพิเคราะหตีความการแสดงเจตนาของโจทกทั้งสามวาทำขึ้นดวยความสมัครใจ
              ของทั้งสองฝาย มิใชทำขึ้นโดยจำเลยเพียงฝายเดียวก็ดี หยิบยกถอยคำและตัวอักษรคำวา

              “คาตอบแทนการยุติสัญญา” และ “ยอมรับหนังสือและเงื่อนไขตามที่ระบุไว” มาพิเคราะหแปลความ

              ไมถูกตองตามความหมายของคาตอบแทนจากการทำขอตกลงยุติสัญญาที่แทจริง มิชอบดวย

              ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๗๑ ก็ดีนั้น เห็นวา อุทธรณของโจทกทั้งสามดังกลาว
              ลวนเปนการอุทธรณโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟงขอเท็จจริง

              มาวา เอกสารดังกลาวเปนหนังสือที่นายจางเสนอคาตอบแทนจำนวนที่สูงกวาคาชดเชยเพื่อให

              ลูกจางพิจารณาวาจะทำขอตกลงยุติสัญญาจางกันหรือไม มิใชหนังสือบอกเลิกจางลูกจาง โจทกทั้งสาม

              ยินยอมลงลายมือชื่อในเอกสารที่จำเลยทำขึ้นดังกลาวดวยความสมัครใจของทั้งสองฝายเพื่อเปนการ
              ยุติสัญญาจาง จึงมิใชกรณีที่จำเลยเลิกจางโจทกทั้งสาม อันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหาม

              มิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔

              วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       ที่โจทกทั้งสามอุทธรณขอ ๓.๓ วา ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไมครบถวนในประเด็นแหงคดี
              เปนคำพิพากษาที่มิชอบดวยกฎหมาย เพราะศาลแรงงานกลางยังมิไดวินิจฉัยขอเท็จจริงที่จำเลย

              บอกเลิกจางโจทกที่ ๑ ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๙ ซึ่งโจทกที่ ๑ รับทราบการเลิกจางของ

              จำเลยดังกลาวแลว การแสดงเจตนาเลิกจางของจำเลยยอมมีผลตามกฎหมาย จำเลยไมอาจถอน

              การแสดงเจตนาดังกลาวไดนั้น เห็นวา โจทกที่ ๑ ฟองวา เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๙ จำเลย
              เลิกจางโจทกที่ ๑ ใหมีผลในวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ และศาลแรงงานกลางจดประเด็นขอพิพาท

              ในขอ ๑ เพียงวาโจทกที่ ๑ ลงลายมือชื่อในเอกสารที่จำเลยทำขึ้นเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๙


                                                     ๒๐๕
   210   211   212   213   214   215   216   217   218   219   220