Page 232 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 232
กลับถึงศูนยกระจายสินคาคิดเปน ๑ เที่ยว ใชเวลาขับรถ ๒๐ ชั่วโมง ไดรับคาเที่ยว ๔๐๐ บาท
คาจางของลูกจางในวันทำงานนั้นคือ เงินเดือนประจำเฉลี่ยตอวัน ๓๒๐ บาท (๙,๖๐๐ บาท หาร
ดวย ๓๐ วัน) รวมกับคาจางตามผลงานในสวนคาเที่ยวเฉพาะสวนที่เปนการขับรถที่เปนจำนวน
ชั่วโมงทำงานปกติในวันทำงานนั้น ๑๖๐ บาท (๔๐๐ บาท หาร ๒๐ ชั่วโมง คูณ ๘ ชั่วโมง) แลว
คิดเปนเงิน ๔๘๐ บาท อัตราคาจางตอชั่วโมงในวันทำงานนั้นจึงเทากับ ๖๐ บาท (๔๘๐ หาร ๘)
สวนจำนวนชั่วโมงทำงานเกินเวลาทำงานปกติในวันทำงานนั้นคือ ๑๒ ชั่วโมง (๒๐ ลบ ๘) ดังนี้
ลูกจางรายดังกลาวจะตองไดรับคาตอบแทนการทำงานเกินเวลาทำงานปกติในวันทำงานเปนเงิน
เทากับอัตราคาจางตอชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒
(พ.ศ. ๒๕๔๑) คือ ๖๐ คูณกับ ๑๒ คิดเปนเงิน ๗๒๐ บาท แตนายจางจายคาตอบแทนการทำงาน
เกินเวลาทำงานปกติในวันทำงานในสวนคาเที่ยวแลว ๒๔๐ บาท (คาเที่ยวที่จาย ๔๐๐ บาท ลบ
คาจางตามผลงานในสวนคาเที่ยวเฉพาะสวนที่เปนการทำงานในเวลาทำงานปกติในวันทำงานนั้น
๑๖๐ บาท) นายจางจึงจายคาตอบแทนการทำงานเกินเวลาทำงานปกติในวันทำงานนั้นนอยกวา
ที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ขอ ๖ กำหนดไว เปนเงิน ๔๘๐ บาท (๗๒๐ ลบ ๒๔๐)
และมีหนาที่ตองจายคาตอบแทนการทำงานเกินเวลาทำงานปกติในวันทำงานนั้นเพิ่มอีก ๔๘๐ บาท
และดวยแนวทางนี้ จะทำใหทราบวา รวมตลอดชวงเวลาตั้งแตวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ถึง
วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ จำเลยตองจายคาตอบแทนการทำงานเกินเวลาทำงานปกติในวันทำงาน
เพิ่มขึ้นอีกหรือไม เพียงใด แตศาลแรงงานภาค ๑ ยังไมไดฟงขอเท็จจริงวา ในชวงเวลาตั้งแตวันที่
๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ โจทกแตละคนมีวันทำงานคือวันใดบาง แตละ
วันทำงานนั้นเปนจำนวนชั่วโมงทำงานปกติกี่ชั่วโมงและเปนจำนวนชั่วโมงทำงานเกินเวลาทำงาน
ปกติกี่ชั่วโมง คิดเปนอัตราคาจางตอชั่วโมงในแตละวันทำงานของโจทกแตละคนเปนจำนวนเทาใด
จำเลยจายคาเที่ยวในแตละวันทำงานใหแกโจทกแตละคนแลวเทาใด และโจทกแตละคนมีสิทธิได
รับคาตอบแทนการทำงานเกินเวลาทำงานปกติในวันทำงานเพิ่มเติมอีกหรือไม เพียงใด เปนเหตุ
ใหศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมมีขอเท็จจริงเพียงพอที่จะพิพากษาถึงจำนวนคาตอบแทนการ
ทำงานเกินเวลาทำงานปกติในวันทำงานที่ถูกตองสำหรับชวงเวลาตั้งแตวันที่ ๑๐ พฤษภาคม
๒๕๕๙ ถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ ใหแกโจทกแตละคนได จึงตองยอนสำนวนใหศาลแรงงาน
ภาค ๑ ฟงขอเท็จจริงตามนัยดังกลาวขางตนกอน แลวพิพากษาคดีเสียใหมตามรูปคดี และเมื่อ
วินิจฉัยเชนนี้แลว จึงไมจำตองวินิจฉัยอุทธรณของโจทกทั้งหาสิบเอ็ดที่เหลืออีกตอไป
๒๒๒

