Page 20 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 20

กรณีจึงถือไดวาจําเลยเลิกจางโจทกทั้งสามโดยมีเหตุผลอันสมควรเพียงพอ ไมใชการ

              เลิกจางที่ไมเปนธรรมตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙






                       โจทกทั้งสามฟองและแกไขคำฟอง ขอใหบังคับจำเลยจายคาเสียหายจากการเลิกจาง

              ที่ไมเปนธรรมใหแกโจทกที่ ๑ เปนเงิน ๙๖๙,๙๕๓ บาท โจทกที่ ๒ เปนเงิน ๗๒๘,๒๙๙ บาท
              และโจทกที่ ๓ เปนเงิน ๓๐๙,๑๘๗ บาท (ที่ถูก ๓๐๙,๑๘๗.๕๐ บาท) พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ

              ๗.๕ ตอป ของตนเงินแตละจำนวนนับแตวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทกทั้งสาม

                       จำเลยใหการ ขอใหยกฟอง
                       ศาลแรงงานภาค ๑ พิพากษาใหจำเลยจายคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรม

              ใหแกโจทกที่ ๑ เปนเงิน ๖๔๐,๐๐๐ บาท โจทกที่ ๒ เปนเงิน ๓๘๐,๐๐๐ บาท และโจทกที่ ๓

              เปนเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงินดังกลาวทุกจำนวน

              นับตั้งแตวันฟอง (ฟองวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๑) เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทกทั้งสาม

                       จำเลยอุทธรณ
                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานภาค ๑ ฟงขอเท็จจริงวา

              จำเลยเปนนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการผลิตเม็ดเหล็กชนิดกลม เม็ดเหล็ก

              ชนิดเหลี่ยม และเหล็กหลอพิเศษ เพื่อการจำหนายทั้งภายในและภายนอกประเทศ โจทกทั้งสาม
              เปนลูกจางจำเลย โดยโจทกที่ ๑ เขาทำงานตั้งแตวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๓๔ ตำแหนงเจาหนาที่

              ซัพพลายเชน ไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ ๓๖,๖๐๒ บาท โจทกที่ ๒ เขาทำงานตั้งแตวันที่

              ๒๖ กันยายน ๒๕๕๔ ตำแหนงผูชำนาญการดานเทคนิค ไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ

              ๑๑๒,๐๔๖ บาท และโจทกที่ ๓ เขาทำงานตั้งแตวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ตำแหนงผูจัดการ

              ฝายขายไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ ๔๑,๒๒๕ บาท กำหนดจายคาจางแกโจทกทั้งสาม
              ทุกวันสิ้นเดือน ตอมาวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๑ จำเลยมีหนังสือเลิกจางโจทกทั้งสาม แลววินิจฉัย

              วา เมื่อพิจารณาผลการประกอบกิจการของจำเลยในป ๒๕๕๙ จำเลยกำไรประมาณ ๓๗ ลานบาทเศษ

              ป ๒๕๖๐ จำเลยกำไรประมาณ ๒๓ ลานบาทเศษ และป ๒๕๖๑ จำเลยขาดทุนประมาณ
              ๓๑ ลานบาทเศษ แมวาผลการประกอบการในป ๒๕๖๑ จำเลยจะขาดทุนก็ตาม แตจำเลยเริ่ม

              จดทะเบียนเปนนิติบุคคลเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๓๑ ดวยทุนจดทะเบียน ๔๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท

              และจากผลประกอบการของจำเลยตามแบบนำสงงบการเงินปรากฏวา จำเลยมีสินทรัพยรวมในป


                                                      ๑๐
   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25