Page 272 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 272

ไดรับเงินตามขอตกลง MBO และ MIB และเมื่อจำเลยคางจายคาจางโจทกอีก ๑ วัน และเลิกจาง

              โจทกโดยไมไดบอกกลาวลวงหนาและโจทกไมมีความผิด โจทกจึงมีสิทธิไดรับคาจางคางจาย

              สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาและคาชดเชยพรอมดอกเบี้ยตามกฎหมาย
                       ที่จำเลยอุทธรณวา จำเลยตองจายเงินคาตอบแทนตามสัญญาในการบริหารจัดการงาน

              ตามขอตกลง (MBO) และเงินตามขอตกลงตามผลปฏิบัติงานตามตัวชี้วัดที่กำหนดยอดผลงาน

              หรือกิจกรรมที่ตกลงรวมกัน (MIB) ใหแกโจทกหรือไมนั้น เห็นวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง

              แลววา โจทกเสนอขอมูลที่อางวาทำงานไดครบตามหลักเกณฑตามหัวขอดัชนีชี้วัดและผลการ
              ดำเนินการตลอดจนคะแนน ที่โจทกควรไดรับใหแกผูบริหารของจำเลยทุกเดือนแลว แตจำเลย

              ไมไดแจงผลการพิจารณาใหโจทกทราบ และหากจำเลยเห็นวาโจทกทำงานไมมีประสิทธิภาพ

              ไมสมควรไดรับเงินตอบแทนดังกลาว จำเลยยอมตองปฏิเสธใหชัดเจนพรอมเหตุผล มิใชนิ่งเฉย

              ทั้งขอเท็จจริงยังปรากฏวาในป ๒๕๖๒ ซึ่งเปนปที่โจทกปฏิบัติงาน จำเลยมีผลประกอบการกำไร
              (ขาดทุน) สุทธิดีกวาป ๒๕๖๑ ถือวาจำเลยไดรับประโยชนจากศักยภาพและความสามารถในการ

              บริหารของโจทกแลว โจทกจึงมีสิทธิไดรับเงินตามขอตกลง MBO และ MIB อันมีความหมายวา

              ศาลแรงงานกลางรับฟงพยานหลักฐานแลวฟงไมไดวาโจทกไมผานการประเมินผลงานตามขอตกลง

              MBO และ MIB ที่จำเลยอุทธรณวา นางสาวรุงทิพย พยานจำเลยเบิกความยืนยันวาผูบริหารของ
              จำเลยประเมินผลงานตามขอตกลง MBO และ MIB ของโจทกแลวปรากฏวา ไมผานการประเมิน

              และโจทกไมมีสิทธิไดเงินดังกลาว จึงเปนการอุทธรณโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐาน

              ของศาลแรงงานกลางอันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติ

              จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ
              คดีชํานัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       คดีมีปญหาที่ตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยวา จำเลยตองรับผิดจายคาจางเดือน

              ธันวาคม ๒๕๖๒ และตองจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาและคาชดเชยแกโจทกหรือไม

              เพียงใด เห็นวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา โจทกเขาทำงานเปนลูกจางจำเลยเมื่อวันที่
              ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๑ และจำเลยเลิกจางโจทกวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ โดยจำเลยทำงานใน

              วันดังกลาวเปนวันสุดทาย ดังนั้นเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ โจทกทำงานใหแกจำเลยตั้งแตวันที่ ๑

              ธันวาคม ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ เทากับโจทกทำงานรวม ๑๖ วัน หาใชทำงานให

              โจทกเพียงครึ่งเดือนไม จำเลยจึงตองจายคาจางใหแกโจทกรวม ๑๖ วันเปนเงิน ๑๓๓,๓๓๓.๒๘ บาท
              เมื่อจำเลยจายคาจางใหแกโจทกเพียง ๑๒๕,๐๐๐ บาท จึงตองจายคาจางคางจายอีก ๘,๓๓๓.๒๘ บาท

              สำหรับสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนานั้น จำเลยจายคาจางใหโจทกทุกวันสิ้นเดือน เมื่อจำเลย


                                                     ๒๖๒
   267   268   269   270   271   272   273   274   275   276   277