Page 291 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 291

เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ ๒๕๖๒ หลังจากที่โจทกเขาทำงานแลวถึง ๙ วัน จึงเปนการลงลายมือชื่อ

              เพื่อรับทราบการใชอำนาจของผูจัดการรานในการอนุมัติจางโจทกเทานั้น เมื่อนายบุญธรรม

              ไลโจทกออกจากงานแลว และจำเลยยังมีพฤติการณหลายประการที่ชี้ใหเห็นวาไมจายคาจางให
              แกโจทก จำเลยจึงเลิกจางโจทกแลว เห็นวา เปนการโตเถียงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐาน

              ของศาลแรงงานกลางที่รับฟงขอเท็จจริงวา จำเลยไมไดมอบหมายใหนายบุญธรรมผูจัดการราน

              มีอำนาจพิจารณาอนุมัติจางหรือเลิกจางลูกจาง และจำเลยไมมีพฤติกรรมเชิดใหนายบุญธรรมมี

              อำนาจเลิกจางลูกจางในราน โจทกไมสามารถทำงานตอไปไดเพราะจำเลยปดกิจการชั่วคราว
              ตั้งแตวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓ นั้น เนื่องจากสถานการณการแพรระบาดของโรคโควิด ๑๙ จำเลย

              ตองหยุดกิจการชั่วคราวตามคำสั่งของกรุงเทพมหานคร ไมไดเกิดจากเจตนาที่จำเลยตองการ

              เลิกจางโจทก โจทกฟองคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๓ ขณะยื่นฟองยังไมถึงกำหนดจายคาจาง

              ในรอบวันที่ ๒๑ มีนาคม ถึงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๓ ซึ่งถึงกำหนดจายในวันสิ้นเดือนเมษายน
              ๒๕๖๓ ถือไมไดวา ขณะฟองคดีนี้จำเลยไมใหโจทกทำงานและไมจายคาจางใหแกโจทก จำเลย

              ไมไดเลิกจางโจทก เพื่อใหศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษฟงขอเท็จจริงดังที่โจทกอุทธรณใหแตกตาง

              ไปจากที่ศาลแรงงานกลางรับฟงมา อันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตาม

              พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง
              ศาลอุทธรณคดีชํานัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกวา จำเลยตองชำระคาลวงเวลาในวันทำงาน

              คาลวงเวลาในวันหยุดประจำสัปดาห คาลวงเวลาในวันหยุดตามประเพณี และคาลวงเวลาใน

              วันหยุดพักผอนประจำป พรอมดอกเบี้ยใหแกโจทกหรือไม เห็นวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา
              โจทกเคยไดรับคาลวงเวลาในการทำงานเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ และมกราคม ๒๕๖๓ การทำงาน

              ลวงเวลาดังกลาวนายบุญธรรมไดเรียกประชุมลูกจางทุกแผนกแจงใหทราบวาใหทำงานใหเสร็จ

              โดยจะจายคาลวงเวลาให การทำงานในวันอื่น ๆ นายบุญธรรมมีคำสั่งใหลูกจางทำงานใหเสร็จโดย

              ไมไดแจงวาจะจายคาลวงเวลา และโดยที่พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕
              ใหนิยามของ “การทำงานลวงเวลา” หมายความวา “การทำงานนอกหรือเกินเวลาทำงานปกติหรือ

              เกินชั่วโมงทำงานในแตละวันที่นายจางลูกจางตกลงกันตาม มาตรา ๒๓ ในวันทำงานหรือวันหยุด

              แลวแตกรณี” และมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง ระบุวา “หามมิใหนายจางใหลูกจางทำงานลวงเวลาใน

              วันทำงาน เวนแตไดรับความยินยอมจากลูกจางกอนเปนคราว ๆ ไป” ตามบทบัญญัติดังกลาว
              การทำงานของลูกจางที่จะเปนการทำงานลวงเวลาจึงตองเปนกรณีที่เปนความประสงคของ

              นายจางที่จะใหลูกจางทำงานลวงเวลา โดยลูกจางใหความยินยอมกอนเปนคราว ๆ ไป และจะตอง


                                                     ๒๘๑
   286   287   288   289   290   291   292   293   294   295   296