Page 305 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 305

ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ อัตรารอยละ ๑๕ ของคาจาง หรือลาออกแลวรับเงินชวยเหลือในเดือน

              พฤษภาคม ๒๕๖๓ อัตรารอยละ ๕๐ ของคาจาง วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๓ จำเลยแจงการหยุด

              กิจการบางสวนชั่วคราวตอสำนักงานสวัสดิการและคุมครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๑
              และหยุดกิจการชั่วคราวตั้งแตวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ แตวันที่

              ๑ ถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๓ โจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ ยังทำงานตามปกติ ตอมาจำเลยเก็บอุปกรณ

              การทำงานของจำเลยไปจากโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ และไมจายคาจางเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๓ ใหแก

              โจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ หลังจากนั้นวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ จำเลยมีหนังสือเลิกจางโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕
              โดยใหมีผลตั้งแตวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ จำเลยจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาและ

              คาชดเชยใหแกโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ แลว ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติคุมครอง

              แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๕ บัญญัติใหนายจางที่มีความจำเปนตองหยุดกิจการทั้งหมดหรือ

              บางสวนเปนการชั่วคราว โดยเหตุหนึ่งเหตุใดที่สำคัญอันมีผลกระทบตอการประกอบกิจการของ
              นายจาง จนทำใหนายจางไมสามารถประกอบกิจการไดตามปกติซึ่งมิใชเหตุสุดวิสัย จายเงินให

              แกลูกจางไมนอยกวารอยละ ๗๕ ของคาจางในวันทำงานที่ลูกจางไดรับกอนนายจางหยุดกิจการ

              เหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๘ หมายความวา เหตุใด ๆ อันจะ

              เกิดขึ้นก็ดี จะใหผลพิบัติก็ดี เปนเหตุที่ไมอาจปองกันไดแมทั้งบุคคลผูตองประสบหรือใกลจะตอง
              ประสบเหตุนั้นจะไดจัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายไดจากบุคคลในฐานะและภาวะ

              เชนนั้น เมื่อพิจารณาประกอบกับหมายเหตุในหนังสือรับรองการขอรับประโยชนทดแทนในกรณี

              วางงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยที่ระบุวา เหตุสุดวิสัยซึ่งมีผลกระทบตอนายจางจนไมสามารถ

              ประกอบกิจการไดตามปกติรวมถึงโรคโควิด ๑๙ ดวย จำเลยประกอบกิจการเรื่อยมาจนเมื่อมี
              เหตุการณการแพรระบาดของโรคโควิด ๑๙ จึงหยุดกิจการเปนการชั่วคราว ถือวาการหยุดกิจการ

              เปนการชั่วคราวของจำเลยเนื่องจากโรคโควิด ๑๙ เปนเหตุสุดวิสัยตามพระราชบัญญัติคุมครอง

              แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๕ จำเลยไมตองจายคาจางใหแกโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ ไมนอยกวา

              รอยละ ๗๕ ของคาจางในวันทำงานที่โจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ ไดรับตลอดชวงระยะเวลาที่จำเลยประกาศ
              หยุดกิจการ ตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๕ และประมวลกฎหมาย

              แพงและพาณิชย มาตรา ๕๗๕ บัญญัติวา อันวาจางแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกวา

              ลูกจาง ตกลงจะทำงานใหแกบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกวานายจาง และนายจางตกลงจะใหสินจาง

              ตลอดเวลาที่ทำงานให การที่จำเลยแสดงเจตนาใหลูกจางทั้งหมดทราบวา จำเลยจะหยุดกิจการ
              เปนการชั่วคราวตั้งแตวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ ยังไมถือเปน

              การเลิกจาง แตการที่โจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ ไปทำงานตั้งแตวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๓


                                                     ๒๙๕
   300   301   302   303   304   305   306   307   308   309   310