Page 306 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 306

ระหวางเวลาที่จำเลยหยุดกิจการเปนการชั่วคราวโดยจำเลยมิไดสั่ง จำเลยไมตองจายสินจางหรือ

              คาจางเพื่อตอบแทนการทำงานใหแกโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ จำเลยจายสินจางแทนการบอกกลาว

              ลวงหนาและคาชดเชยใหแกโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ แลว โจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ จึงไมมีสิทธิเรียกรองเงิน
              สวนนี้อีก เมื่อใกลครบกำหนดที่จำเลยประกาศหยุดกิจการชั่วคราวแลว การแพรระบาดของ

              โรคโควิด ๑๙ ยังไมสิ้นสุดลง สงผลกระทบตอภาคธุรกิจการทองเที่ยวและการโรงแรมโดยทั่วไป

              รวมทั้งกิจการของจำเลยดวย ทำใหลูกจางของจำเลยรวมทั้งโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ ไมสามารถเขามา

              ทำงานใหกับจำเลยไดตามปกติ จำเลยจึงเลิกจางโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ โดยไมปรากฏวามีการกลั่นแกลง
              เปนการเลิกจางที่มีเหตุสมควร ถือไมไดวาเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรม จำเลยจึงไมตองจาย

              คาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรมใหแกโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕ ประการแรกวา การที่จำเลย

              หยุดกิจการบางสวนเปนการชั่วคราวเปนเหตุสุดวิสัยตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
              มาตรา ๗๕ และจำเลยตองจายเงินไมนอยกวารอยละ ๗๕ ของคาจางในวันทำงานที่โจทก

              ที่ ๒ ถึงที่ ๕ ไดรับกอนจำเลยหยุดกิจการตลอดระยะเวลาที่จำเลยไมไดใหโจทกที่ ๒ ถึงที่ ๕

              ทำงานหรือไม ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษโดยมติที่ประชุมใหญเห็นวา พระราชบัญญัติคุมครอง

              แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “ในกรณีที่นายจางมีความจำเปนโดยเหตุหนึ่ง
              เหตุใดที่สำคัญอันมีผลกระทบตอการประกอบกิจการของนายจางจนทำใหนายจางไมสามารถ

              ประกอบกิจการไดตามปกติซึ่งมิใชเหตุสุดวิสัยตองหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางสวนเปนการชั่วคราว

              ใหนายจางจายเงินใหแกลูกจางไมนอยกวารอยละเจ็ดสิบหาของคาจางในวันทำงานที่ลูกจางได

              รับกอนนายจางหยุดกิจการตลอดระยะเวลาที่นายจางไมไดใหลูกจางทำงาน ณ สถานที่จายเงิน
              ตามมาตรา ๕๕ และภายในกำหนดเวลาการจายเงินตามมาตรา ๗๐ (๑)” บทบัญญัติดังกลาว

              มีเจตนารมณคุมครองนายจางที่ประสบวิกฤตการณในการดำเนินกิจการ โดยใหสิทธินายจางสั่ง

              หยุดกิจการไมใหลูกจางทั้งหมดหรือบางสวนทำงานเปนการชั่วคราวไดเมื่อมีความจำเปนที่สำคัญ

              อันมีผลกระทบตอการประกอบกิจการของนายจางอยางมากซึ่งมิใชเหตุสุดวิสัย เพื่อนายจางจะ
              ไดมีโอกาสแกไขวิกฤตการณที่เกิดขึ้นใหหมดไปหรือบรรเทาลง ขณะเดียวกันก็คุมครองลูกจาง

              ใหยังพอมีรายไดในการดำรงชีพระหวางเวลาที่นายจางไมใหทำงานดวย สวนการหยุดกิจการเปน

              การชั่วคราวดวยเหตุสุดวิสัย ตองเปนกรณีที่นายจางไมสามารถประกอบกิจการทั้งหมดหรือบางสวน

              ในชวงเวลานั้นโดยสิ้นเชิง และถือวาการที่นายจางไมอาจมอบหมายงานใหลูกจางทำเปนกรณี
              การชำระหนี้ตกเปนพนวิสัยเพราะพฤติการณอยางหนึ่งอยางใดซึ่งเกิดขึ้นภายหลังกอหนี้

              และซึ่งนายจางไมตองรับผิด นายจางยอมหลุดพนจากหนาที่ในการชำระหนี้และไมตองจายเงิน


                                                     ๒๙๖
   301   302   303   304   305   306   307   308   309   310   311