Page 501 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 501

จำเลยใหการและฟองแยง ขอใหยกฟอง และบังคับโจทกชำระเงิน ๑,๗๑๕,๐๑๗.๙๕ บาท

              พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอปของตนเงิน ๑,๖๐๖,๖๘๗.๙๕ บาท นับถัดจากวันฟองแยง
              เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกจำเลย

                       โจทกใหการแกฟองแยง ขอใหยกฟองแยง

                       ศาลแรงงานกลาง พิพากษาใหจำเลยจายคาชดเชย ๒๐๐,๐๐๐ บาท สินจางแทนการ

              บอกกลาวลวงหนา ๒๕,๐๐๐ บาท คาจางคางจาย ๕๕๘,๑๓๒.๕๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ

              ๑๕ ตอป นับแตวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓ เปนตนไป และจายคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรม
              ๗๕,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอปนับแตวันฟอง (ฟองวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๓)

              เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก และใหโจทกชำระเงินตามฟองแยง ๒,๑๖๔,๓๖๔.๕๐ บาท

              พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอปนับแตวันฟองแยง (ฟองแยงวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓)
              เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกจำเลย

                       โจทกและจำเลยอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง

              ยุติวา จำเลยเปนนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โจทกเคยเปนลูกจางจำเลย เริ่มทำงานตั้งแตวันที่

              ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ตำแหนงสุดทายเปนผูจัดการฝายขาย ไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ
              ๒๕,๐๐๐ บาท กำหนดจายคาจางทุกวันสิ้นเดือน แลววินิจฉัยวา เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๓

              จำเลยมีหนังสือแตงตั้งนางสาวกิตติธราใหมาเปนผูจัดการฝายขายแทนโจทก และไมปรากฏวา

              จำเลยมีหนังสือแตงตั้งใหโจทกไปดำรงตำแหนงใด และโจทกก็ไมไดเขาไปทำงานในฐานะผูจัดการ
              ฝายขายอีก พฤติการณของจำเลยถือไดวาเปนการไมใหโจทกทำงานและไมจายคาจางใหโจทก

              อีกตอไป เมื่อจำเลยไมมีหนังสือลาออกของโจทกมาแสดงจึงยังฟงไมไดวาโจทกขอลาออกเอง

              แตฟงไดวาจำเลยเลิกจางโจทกแลวตั้งแตวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓ ซึ่งเปนวันสุดทายที่โจทกมา

              ทำงาน และเหตุที่จำเลยเลิกจางโจทกเนื่องมาจากจำเลยสงสัยในพฤติกรรมของโจทกที่เกี่ยวของ

              กับการซื้อขายรถยนตเกาของลูกคาที่นำมาเปลี่ยนเปนรถยนตคันใหมกับจำเลย ทำใหจำเลยเสีย
              ผลประโยชน แตจำเลยยังมิไดทำการสอบสวนหรือมีหลักฐานมายืนยันวาโจทกกระทำผิดจริง

              ขอเท็จจริงจึงยังฟงไมไดวาโจทกกระทำการทุจริตตอหนาที่หรือมีเหตุอยางหนึ่งอยางใดตาม

              พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ ที่จำเลยจะเลิกจางโจทกไดโดยไมตอง
              จายคาชดเชย เมื่อจำเลยเลิกจางโจทกโดยไมไดบอกกลาวลวงหนา จำเลยจึงตองจายคาชดเชย

              และสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาพรอมดอกเบี้ยแกโจทก อีกทั้งยังเปนการเลิกจางที่ยังไมมี

              เหตุผลสมควรเพียงพอเปนการเลิกจางไมเปนธรรม จำเลยจึงตองจายคาเสียหายจากการเลิกจาง


                                                     ๔๙๑
   496   497   498   499   500   501   502   503   504   505   506