Page 506 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 506

ฟองแยงได การที่ศาลแรงงานกลางเห็นสมควรเพื่อความเปนธรรมแกคูความที่จำเลยจะไมตองไป

              ฟองโจทกเรียกเงินดังกลาวอีกจึงเปนการใชดุลพินิจตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๕๒ แลว คำพิพากษา

              ศาลแรงงานกลางในสวนฟองแยงจึงชอบดวยกฎหมาย อุทธรณของโจทกขอนี้ฟงไมขึ้นเชนกัน
                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยวา จำเลยตองจายคาชดเชย สินจางแทน

              การบอกกลาวลวงหนา และคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรมแกโจทกหรือไม เห็นวา

              พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ วรรคสอง บัญญัติวา “การเลิกจาง

              ตามมาตรานี้ หมายความวา การกระทำใดที่นายจางไมใหลูกจางทำงานตอไปและไมจายคาจางให
              ไมวาจะเปนเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจางหรือเหตุอื่นใด...” เมื่อศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา

              วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๓ ผูบริหารของจำเลยรวมประชุมกับโจทก โดยในที่ประชุมฝายจำเลยมีการ

              แจงวาโจทกมีสวนไดเสียกับกรณีที่ลูกคานำรถยนตเกามาแลกเปลี่ยนเปนรถยนตคันใหมของ

              จำเลย โดยลูกคานำไปขายกับเตนทรถยนตแทนที่จะนำมาขายใหกับบริษัทในเครือของจำเลย
              ทำใหจำเลยไดรับความเสียหาย โจทกจึงแจงวาจะขอสะสางงานจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๖๓

              ตอมาวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๓ จำเลยมีหนังสือแตงตั้งนางสาวกิตติธราใหมาดำรงตำแหนงผูจัดการ

              ฝายขายแทนโจทก และโจทกก็ไมไดทำงานในตำแหนงผูจัดการฝายขายอีก แตไดเขาไปสแกน

              ลายพิมพนิ้วมือที่บริษัทจำเลยจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ หลังจากนั้นโจทกไมไดเขาไปที่ทำงาน
              จำเลยอีก โดยในระหวางนั้นผูจัดการฝายบุคคลของจำเลยไดสงขอความผานแอปพลิเคชันไลน

              ทวงถามใบลาออกและอุปกรณการทำงานคืนจากโจทกดังนี้ กรณีจึงเปนความเขาใจของจำเลยวา

              โจทกจะยื่นหนังสือลาออกหลังจากเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ แตโจทกยังไมไดยื่นและยังไมคืนอุปกรณ

              การทำงานแกจำเลย แมตอมาโจทกจะไมไดยื่นหนังสือลาออกใหจำเลยก็ตาม แตโจทกก็ไดสงมอบ
              อุปกรณการทำงานคืนใหจำเลยแลว หลังจากนั้นโจทกไมไดเขามาทำงานกับจำเลยอีก และจำเลย

              ก็ไมไดจายคาจางใหโจทกหลังจากสิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๖๓เปนตนไป พฤติการณดังกลาวยังถือ

              ไมไดวาจำเลยกระทำการใด ๆ ที่ไมใหโจทกเขาทำงานกับจำเลยอีกตอไป กรณีจึงถือไดวาคูสัญญา

              ทั้งสองฝายตางประสงคจะยุติสัญญาจางที่มีตอกันโดยปริยายเมื่อสิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ จำเลย
              ไมไดเลิกจางโจทก จำเลยจึงไมตองจายคาชดเชย สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา และ

              คาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรมพรอมดอกเบี้ยตามฟอง ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยปญหา

              ดังกลาวมานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมเห็นพองดวย อุทธรณของจำเลยฟงขึ้น

                       อนึ่ง ระหวางการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษปรากฏวามีการประกาศ
              ใชพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งมีผลใชบังคับ

              ตั้งแตวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๔ โดยพระราชกำหนดดังกลาวไดแกไขประมวลกฎหมายแพงและ


                                                     ๔๙๖
   501   502   503   504   505   506   507   508   509   510   511