Page 503 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 503

ใหกับจำเลย โจทกจึงตองคืนเงินคานาิกา Apple Watch ดังกลาวพรอมดอกเบี้ย และเมื่อ

              ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงแลววา โจทกประมาทเลินเลออยางรายแรงเปนเหตุใหพนักงานขาย
              ในสาขาที่โจทกเปนผูรับผิดชอบกระทำการทุจริตตอหนาที่ ทำใหจำเลยไดรับความเสียหาย และ

              ยังคงเหลือเงินที่โจทกตองรับผิดอยูอีก ๗๙๑,๕๓๒ บาท โจทกจึงตองรับผิดชำระเงินจำนวน

              ดังกลาว และเมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไปแลววา จำเลยหักคาจางโจทกเกินกวากฎหมาย

              กำหนด อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

              มาตรา ๕๒ จึงใหนำเงินที่จำเลยตองคืนแกโจทกซึ่งโจทกจะตองรับผิดไปรวมกับเงินที่โจทกจะตอง
              รับผิดตามฟองแยง รวมเปนเงินทั้งสิ้น ๒,๑๖๔,๓๖๔.๕๐ บาท โจทกจึงตองรับผิดชำระเงินจำนวน

              ดังกลาวพรอมดอกเบี้ยแกจำเลย

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกประการแรกวา จำเลยมีสิทธิหักคาจางโจทก
              เพื่อชดใชคาเสียหายใหแกจำเลยหรือไม เห็นวา เอกสารหมาย ล.๙ และ ล.๑๐ เปนเอกสารที่

              ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งเรียกใหจำเลยนำมาสงศาลภายหลังสืบพยานจำเลยเสร็จแลว ไมใชเอกสาร

              ที่จำเลยอางเปนพยานหลักฐานดังที่โจทกอางในอุทธรณ ถือไดวาเอกสารทั้งสองฉบับดังกลาว

              เปนเอกสารที่ศาลแรงงานกลางใชอำนาจเรียกมาสืบไดเองตามที่เห็นสมควรตามพระราชบัญญัติ

              จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติวา
              “เพื่อประโยชนแหงความยุติธรรมในอันที่จะใหไดความชัดแจงในขอเท็จจริงแหงคดี ใหศาลแรงงาน

              มีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบไดเองตามที่เห็นสมควร” ดังนั้นการที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่ง

              เรียกพยานเอกสารหมาย ล.๙ และ ล.๑๐ มารับฟงเปนพยานหลักฐานจึงชอบดวยกฎหมาย ซึ่ง
              เปนนายจางจะหักคาจางโจทกชดใชคาเสียหายไดตองเปนไปตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๖ ที่บัญญัติวา “หามมิใหนายจางหักคาจาง... เวนแตเปนการหักเพื่อ... (๔)

              เงินประกันตามมาตรา ๑๐ หรือชดใชคาเสียหายใหแกนายจาง ซึ่งลูกจางไดกระทำโดยจงใจหรือ

              ประมาทเลินเลออยางรายแรงโดยไดรับความยินยอมจากลูกจาง...” เมื่อศาลแรงงานกลางฟง

              ขอเท็จจริงแลววา เงินคาคอมมิชชั่นของโจทกที่จำเลยหักไวเปนเงินที่จำเลยจายเปนการตอบแทน
              โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจางทำไดในเวลาปกติของวันทำงาน จึงเปนคาจาง การที่จำเลยหักเงิน

              คาคอมมิชชั่นดังกลาวจึงเปนการหักคาจางตามมาตรา ๗๖ โดยศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง

              ดวยวา พนักงานขายในสาขาที่โจทกเปนผูรับผิดชอบจำนวน ๓ ราย ไดนำเงินที่ไดจากการขาย
              รถยนตใหกับลูกคาไปโดยทุจริต และมีพนักงานขายอีก ๑ ราย ปลอยรถยนตไปโดยทำใหจำเลย

              ไมสามารถเรียกเก็บเงินหรือติดตามรถยนตคืนได รวมเปนคาเสียหายถึง ๑,๙๐๗,๗๙๗ บาท

              ดังนี้ โจทกในฐานะผูจัดการฝายขายควรจะใชความระมัดระวังควบคุมดูแลพนักงานขายซึ่งเปน


                                                     ๔๙๓
   498   499   500   501   502   503   504   505   506   507   508