Page 504 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 504

ผูใตบังคับบัญชาของตนใหปฏิบัติหนาที่ไปดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมทำใหจำเลยไดรับความ

              เสียหาย แมโจทกจะอางวาไดติดตามและดำเนินคดีอาญากับพนักงานขายที่ทุจริตมาโดยตลอด
              แลวก็ตาม แตก็ถือไดวาโจทกในฐานะผูบังคับบัญชามีความบกพรองตอหนาที่ในการควบคุมดูแล

              ผูใตบังคับบัญชาใหปฏิบัติหนาที่ไปดวยความซื่อสัตยสุจริต และเปนการกระทำที่ปราศจากความ

              ระมัดระวังอันเปนการประมาทเลินเลออยางรายแรง ประกอบกับเมื่อพิจารณาสัญญาจางแรงงาน

              ระหวางโจทกกับจำเลย ขอ ๑๓ มีขอความระบุวา พนักงานใหสัญญาวา “หากพนักงานไดทำความ

              เสียหายใหแกบริษัทหรือแกบุคคลที่สามซึ่งเปนเหตุใหบริษัทตองชดใชคาเสียหาย พนักงานยินยอม
              รับผิดชดใชคาเสียหายดังกลาวใหบริษัทจนครบถวน” จึงถือไดวาโจทกยินยอมชดใชคาเสียหาย

              ใหแกจำเลยตามที่กำหนดไวในสัญญาจางแลว จำเลยจึงสามารถหักคาจางโจทกชดใชคาเสียหาย

              ใหแกจำเลยไดตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๖ (๔) อยางไรก็ตาม
              พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๖ วรรคสอง บัญญัติไววา การหักตาม...(๔)

              มิใหหักเกินรอยละ ๑๐ เมื่อศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวาจำเลยหักคาจางโจทกในอัตรารอยละ

              ๒๐ ตอเดือนจึงเกินกวาที่กฎหมายกำหนด ทั้งยังไมปรากฏวาจำเลยจัดทำหนังสือใหโจทก

              ลงลายมือชื่อใหความยินยอมในการหักคาจางไวเปนการเฉพาะตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๗ จำเลยจึงตองคืนคาจางที่หักไวเกินแกโจทกพรอมดอกเบี้ย ที่ศาลแรงงานกลาง
              วินิจฉัยปญหาดังกลาวมานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของโจทก

              ขอนี้ฟงไมขึ้น

                       ที่โจทกอุทธรณวา ฟองแยงของจำเลยที่วาโจทกไดรับเงินคาตอบแทนการขายกรณีพิเศษ
              (Repurchase) จำนวน ๗๖๓,๑๐๐ บาท จากจำเลยเพื่อนำไปมอบใหพนักงานขาย แตโจทกไมได

              สงมอบเงินแกพนักงานขาย จำเลยจึงฟองแยงเรียกเงินดังกลาวคืนจากโจทก ภาระการพิสูจนจึง

              ตกแกจำเลย แตจำเลยไมมีประจักษพยานหรือพนักงานขายมาเบิกความยืนยันวายังไมไดรับเงิน

              ดังกลาวจากโจทก แสดงวาโจทกไดจายเงินใหแกพนักงานขายครบถวนเรียบรอยแลว โจทกจึง

              ไมตองคืนเงินจำนวนดังกลาวพรอมดอกเบี้ยแกจำเลยตามฟองแยงนั้น เห็นวา อุทธรณของโจทก
              ดังกลาวเปนการอุทธรณโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟง

              ขอเท็จจริงวา โจทกไดรับเงินคาตอบแทนการขายกรณีพิเศษ (Repurchase) จำนวน ๗๖๓,๑๐๐ บาท

              จากจำเลยเพื่อนำไปมอบใหกับพนักงานขายแลว แตโจทกไมไดสงมอบเงินจำนวนดังกลาว
              ใหกับพนักงานขายอันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติ

              จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ

              คดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย


                                                     ๔๙๔
   499   500   501   502   503   504   505   506   507   508   509