Page 530 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 530

จังหวัดสงขลา มีคำสั่งใหจำเลยทั้งสอง (ที่ถูก คือ จำเลยที่ ๑) จายคาจางคางจายและคาชดเชย

              ใหแกโจทกแลวตามคำสั่งที่ ๖๐/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ จำเลยทั้งสองทราบคำสั่ง

              ดังกลาวแลวเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๒ แตไมไดนำคดีมาสูศาลภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต
              วันทราบคำสั่ง จึงตองถือวาคำสั่งนั้นเปนที่สุดตามมาตรา ๑๒๕ แหงพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๔๑ จำเลยทั้งสองจึงตองจายคาจางคางจายสวนที่ยังไมไดจายและคาชดเชย พรอมดอกเบี้ย

              อัตรารอยละ ๑๕ ตอป ตามมาตรา ๙ แหงพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยที่ ๒ วา ที่ศาลแรงงานภาค ๙ มีคำพิพากษา
              โดยมิไดระบุวาจำเลยที่ ๒ ไมตองรับผิดเปนสวนตัวนั้นชอบดวยกฎหมายหรือไม เห็นวา ตาม

              พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ กำหนดให นายจาง หมายความวา

              ผูซึ่งตกลงรับลูกจางเขาทำงานโดยจายคาจางให ในกรณีที่นายจางเปนนิติบุคคลใหหมายความ

              รวมถึงผูมีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลและผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูมีอำนาจกระทำการ
              แทนนิติบุคคลใหทำการแทนดวย เมื่อจำเลยที่ ๒ เปนกรรมการผูมีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๑

               ยอมมีฐานะเปนนายจางของโจทกตามบทบัญญัติดังกลาว แตอยางไรก็ดี เนื่องจากจำเลยที่ ๑

              ซึ่งเปนนายจางโดยตรงของโจทกมีฐานะเปนนิติบุคคล มีจำเลยที่ ๒ เปนกรรมการผูมีอำนาจ

              ทำการแทนตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๑๖๗ บัญญัติวา “ความเกี่ยวพันกัน
              ในระหวางกรรมการและบริษัท และบุคคลภายนอกนั้น ทานใหบังคับตามบทบัญญัติแหงประมวล

              กฎหมายนี้ วาดวยตัวแทน” และบทบัญญัติวาดวยตัวแทนมาตรา ๘๒๐ บัญญัติวา “ตัวการยอมมี

              ความผูกพันตอบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลาย อันตัวแทนหรือตัวแทนชวงไดทำไปภายใน

              ขอบอำนาจแหงฐานตัวแทน” ซึ่งมีความหมายวา กิจการใดอันตัวแทนไดกระทำไปในขอบอำนาจ
              ของตัวแทนนั้น เปนการกระทำของตัวการ จำเลยที่ ๑ ผูเปนตัวการจึงตองผูกพันตอบุคคลภายนอก

              ในการกระทำของจำเลยที่ ๒ ที่ไดกระทำไปภายในวัตถุประสงคของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จึงไม

              ผูกพันรับผิดเปนสวนตัวตอโจทก ประกอบกับตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการ

              และคุมครองแรงงานจังหวัดสงขลา ที่ ๖๐/๒๕๖๒ นั้น พนักงานตรวจแรงงานก็มิไดสั่งใหจำเลยที่ ๒
              จายคาจางคางจายและคาชดเชยพรอมดอกเบี้ยใหแกโจทกดวย ที่ศาลแรงงานภาค ๙ พิพากษา

              ใหจำเลยที่ ๒ ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ที่ ๖๐/๒๕๖๒ โดยใหจายคาจางคางจาย

              และคาชดเชยพรอมดอกเบี้ยใหแกโจทกตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานและไมไดระบุวาจำเลยที่ ๒

              ไมตองรับผิดเปนสวนตัวนั้นไมชอบ แมจำเลยที่ ๒ จะตองรวมรับผิดในการจายคาจางคางจาย
              และคาชดเชยพรอมดอกเบี้ยแกโจทก แตจำเลยที่ ๒ ไมตองรับผิดเปนสวนตัว อุทธรณของ

              จำเลยที่ ๒ ฟงขึ้น


                                                     ๕๒๐
   525   526   527   528   529   530   531   532   533   534   535