Page 54 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 54

คำพิพากษาศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษที่ ๘๕๘/๒๕๖๔  นายไล  ชวน เช็ง                โจทก

                                                                    บริษัทพรินซิพเทค
                                                                    อินเตอรเนชั่นแนล

                                                                    จำกัด กับพวก          จำเลย




              ป.พ.พ. มาตรา ๕๗๗ วรรคหนึ่ง

              พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ วรรคหนึ่ง (๔)
              พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙, ๕๖ วรรคสอง

                       และวรรคสาม




                       ตามสัญญาจางระหวางจำเลยที่ ๒ กับโจทกฉบับลงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๙
              มีขอความระบุตามสัญญาจาง ขอ ๕ สถานที่จางงานวา ... จำเลยที่ ๒ สงวนสิทธิที่จะโยกยาย

              โจทกไปยังสถานที่จางงานอื่นหรือสถานที่หรือตำแหนงงานอื่นตามที่เห็นสมควร และทาย

              สัญญามีขอความระบุอีกวา โจทกผูลงลายมือชื่อขางลางนี้ยืนยันวาตกลงยอมรับการแตงตั้ง

              ขางตนและตกลงผูกพันตามขอกำหนดและเงื่อนไขที่กลาวมานี้ ... นั้น ขอตกลงระหวาง
              โจทกกับจำเลยที่ ๒ ดังกลาวเปนเพียงขอตกลงที่ใหสิทธิจำเลยที่ ๒ สามารถโยกยายโจทก

              ไปทำงานในสถานที่ทำงานอื่นของจำเลยที่ ๒ เทานั้น มิใชมีความหมายวาจำเลยที่ ๒

              มีสิทธิที่จะโยกยายโจทกไปทำงานยังประเทศมาเลเซียกับนายจางอื่นอันเปนการโอนสิทธิ

              ความเปนนายจางไปใหบุคคลภายนอกได ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ ๔ ซึ่งเปนกรรมการผูมีอำนาจ
              ของจำเลยที่ ๒ มีคำสั่งโยกยายโจทกใหไปทำงานที่สำนักงานในประเทศมาเลเซียตามคำสั่ง

              ยายโจทกผานโปรแกรมวอตสแอปปทางโทรศัพทเคลื่อนที่จากจำเลยที่ ๔ กรณีจึงเปนไป

              ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๗๗ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติวา “นายจางจะโอนสิทธิของตนใหแกบุคคล

              ภายนอกก็ไดเมื่อลูกจางยินยอมพรอมใจดวย” เมื่อไดความวาโจทกไมยินยอมและไมไป
              ทำงานตามคำสั่งจำเลยที่ ๔ โจทกจึงไมมีความผิดฐานขัดคำสั่งนายจางเปนกรณีรายแรง

              แตอยางใด การออกคำสั่งของจำเลยที่ ๔ กรรมการผูมีอำนาจของจำเลยที่ ๒ ดังกลาวเปน

              คำสั่งที่มิชอบดวยกฎหมาย โจทกจึงมิไดกระทำผิดระเบียบขอบังคับ แตการที่จำเลยที่ ๔

              มีคำสั่งใหโจทกกลับไปทำงานที่ประเทศมาเลเซียและไมจายเงินเดือนใหแกโจทกจึงถือวา
              จำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๔ ในฐานะกรรมการผูมีอำนาจเลิกจางโจทกแลว เมื่อโจทกไมได

              กระทำผิดฐานฝาฝนคำสั่งของนายจางอันชอบดวยกฎหมายและเปนธรรมกรณีที่รายแรง


                                                      ๔๔
   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59