Page 55 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 55

ตาม พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ วรรคหนึ่ง (๔) จึงถือวาเปนการ

              เลิกจางโดยโจทกไมไดกระทำผิด จำเลยที่ ๒ ตองจายคาชดเชยและสินจางแทนการบอก

              กลาวลวงหนาแกโจทก และการที่จำเลยที่ ๒ เลิกจางเพราะเหตุดังกลาวเปนการเลิกจาง
              ที่ไมเปนธรรม จำเลยที่ ๒ ตองชดใชคาเสียหายใหแกโจทกดวย สำหรับปญหาวาโจทก

              มีสิทธิไดรับคาชดเชย สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา และคาเสียหายเพียงใดนั้น

              ศาลแรงงานกลางไมไดฟงขอเท็จจริงเปนยุติในเรื่องอัตราคาจางวาโจทกไดรับคาจางเปนจำนวน

              เทาใด วันจายคาจางคือวันใด และจายดวยวิธีใด วันที่โจทกมาทำงานใหแกจำเลยที่ ๒
              จนถึงวันใดหรือวันที่ถือไดวาจำเลยที่ ๒ เลิกจางโจทกแลว รวมถึงความเสียหายตาง ๆ

              ที่โจทกไดรับ เพื่อจะไดคำนวณคาชดเชย สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา รวมถึง

              คาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรมในกรณีตาง ๆ ตามที่โจทกฟอง ศาลอุทธรณ

              คดีชำนัญพิเศษไมอาจรับฟงขอเท็จจริงในสวนนี้เองไดจึงตองยอนสำนวนไปใหศาลแรงงานกลาง
              รับฟงขอเท็จจริงดังกลาวทั้งหมดใหเพียงพอแลววินิจฉัยความรับผิดในสวนตาง ๆ ตามที่

              โจทกฟอง รวมทั้งกำหนดคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรมตาม พ.ร.บ. จัดตั้ง

              ศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ ตอไป






                       โจทกฟอง ขอใหบังคับจำเลยทั้งสี่รวมกันหรือแทนกันจายเงินเดือนที่โจทกตองไดรับใน

              เดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ๒๕๖๒ สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา คาชดเชย คาขาดรายได
              จากการทำงาน และคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรม รวม ๑๒,๐๑๒,๙๔๘ บาท พรอม

              ดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป โดยคิดดอกเบี้ยนับแตวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ อันเปนวันถัดจาก

              วันครบกำหนดวันจายเงินเดือนงวดเดือนพฤศจิกายนใหแกโจทกจนถึงวันฟองรวม ๔๐ วัน เปนเงิน

              ๑๙๗,๔๗๓ บาท รวมเปนเงิน ๑๒,๒๑๐,๔๒๑ บาท และใหชำระดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป

              ของตนเงินดังกลาวนับแตวันถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก ใหจำเลยที่ ๑
              และที่ ๒ รวมกันหรือแทนกันจายเงินเดือนจากการปฏิบัติหนาที่เปนกรรมการของจำเลยที่ ๑ ใน

              อัตราเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท เปนเวลา ๙๓ เดือน เปนเงิน ๔,๖๕๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรา

              รอยละ ๑๕ ตอป ของตนเงินดังกลาว โดยคิดดอกเบี้ยนับแตวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๒ อันเปน
              วันที่โจทกพนจากการปฏิบัติหนาที่เปนกรรมการของจำเลยที่ ๑ จนถึงวันฟองรวม ๑๑๕ วัน เปนเงิน

              ๒๑๙,๗๖๐.๓๐ บาท รวมเปนเงิน ๔,๘๖๙,๗๖๐.๓๐ บาท และดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป

              ของตนเงิน ๔,๘๖๙,๗๖๐.๓๐ บาท นับแตวันถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก


                                                      ๔๕
   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59   60