Page 56 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 56
จำเลยทั้งสี่ใหการ ขอใหยกฟอง
ศาลแรงงานกลาง พิพากษาใหจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ รวมกันจายคาจางคางจาย
๒๓๕,๕๔๘ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป นับแตวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒
เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก โดยจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไมตองรับผิดเปนการสวนตัว
คำขออื่นนอกจากนี้ใหยก และใหยกฟองโจทกสำหรับจำเลยที่ ๑
โจทกอุทธรณ
ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง
วา บริษัทในเครือของบริษัทพรินซิพเทค คอรปอเรชั่น เบอรฮัด ในประเทศมาเลเซีย มีหนังสือ
สงตัวโจทกมาทำงานเปนลูกจางจำเลยที่ ๒ ตามหนังสือการแตงตั้งใหโจทกเปนผูจัดการฝายสัญญา
ผูชวย จำเลยที่ ๒ เปนผูจายคาจางและเงินสมทบใหแกโจทก สวนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เปนกรรมการ
ผูมีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๒ ตามสัญญาจางระหวางจำเลยที่ ๒ กับโจทกฉบับลงวันที่ ๒
พฤษภาคม ๒๕๔๙ มีขอความระบุตามสัญญาจาง ขอ ๕ สถานที่จางงานวา ... จำเลยที่ ๒ สงวนสิทธิ
ที่จะโยกยายโจทกไปยังสถานที่จางงานอื่นหรือสถานที่หรือตำแหนงงานอื่นตามที่เห็นสมควร
และทายสัญญามีขอความระบุวา โจทกผูลงลายมือชื่อขางลางนี้ยืนยันวาตกลงยอมรับการแตงตั้ง
ขางตนและตกลงผูกพันตามขอกำหนดและเงื่อนไขที่กลาวมานี้ แลววินิจฉัยวา จำเลยที่ ๔ ซึ่งเปน
กรรมการผูมีอำนาจของจำเลยที่ ๒ มีคำสั่งยายโจทกไปปฏิบัติงานหรือไปทำงานยังสถานที่ทำงาน
แหงใหม ซึ่งเปนคำสั่งที่ชอบดวยกฎหมาย โจทกมีหนาที่ตองปฏิบัติตามคำสั่งนั้น การที่โจทก
กระทำการฝาฝนคำสั่งของนายจางไมไปทำงานยังสถานที่ทำงานแหงใหมตามที่ไดรับมอบหมาย
ถือวาโจทกขัดคำสั่งโดยชอบดวยกฎหมายของจำเลยที่ ๒ ซึ่งเปนนายจาง และโจทกไมมาปฏิบัติ
งานตามคำสั่งดังกลาวและขาดงานมาโดยตลอดอันเปนความผิดวินัยกรณีรายแรงตามสัญญาจาง
ขอ ๑๒ เรื่องบทลงโทษทางวินัย จำเลยที่ ๒ เลิกจางโจทกไดโดยไมตองจายคาชดเชยและสินจาง
แทนการบอกกลาวลวงหนา และถือไมไดวาเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรม เมื่อโจทกปฏิบัติงาน
ใหจำเลยที่ ๒ จนถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ซึ่งเปนวันที่โจทกไดรับคำสั่งจากจำเลยที่ ๔ กรรมการ
ผูมีอำนาจของจำเลยที่ ๒ ดังกลาวและไมมาปฏิบัติงานโดยขาดงานมาโดยตลอด ดังนั้น โจทกคง
มีสิทธิเรียกรองเงินเดือนเฉพาะเดือนตุลาคม ๒๕๖๒ ที่จำเลยที่ ๒ ยังมิไดชำระคาจางสวนนี้ใหแก
โจทกเทานั้นเปนเงิน ๒๓๕,๕๔๘ บาท สวนจำเลยที่ ๑ มิใชเปนนายจางโจทกจึงไมจำตองรับผิด
สำหรับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ซึ่งเปนกรรมการผูมีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๒ ไดกระทำไป
ภายในวัตถุประสงค จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จึงไมตองผูกพันรับผิดเปนการสวนตัวตอโจทก สวนการ
แตงตั้งใหโจทกเปนกรรมการบริษัทในเครือบริษัทจำเลยที่ ๑ มีขอความระบุในหนังสือแตงตั้ง
๔๖

