Page 57 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 57
ชัดเจนวา เปนหนังสือของบริษัทพรินซิพเทค คอรปอเรชั่น เบอรฮัด ซึ่งอยูที่ประเทศมาเลเซีย
ลงนามโดย ดาโตะ ฟู กรรมการผูจัดการ แตงตั้งใหโจทกเปนกรรมการบริษัทในเครือบริษัทจำเลย
ที่ ๑ และจะชำระเงินคาตอบแทนแกโจทกในนามของจำเลยที่ ๑ และการแตงตั้งนี้และขอกำหนด
ที่เกี่ยวของทั้งหมดอยูภายใตกฎหมายมาเลเซีย หนังสือแตงตั้งโจทกดังกลาวไมไดเกี่ยวของกับ
จำเลยที่ ๒ ซึ่งเปนนายจางโจทก สวนจำเลยที่ ๑ มิใชนายจางโจทก โจทกจึงไมมีสิทธิเรียกรองเงิน
คาตอบแทนดังกลาวจากจำเลยที่ ๑ และที่ ๒
ที่โจทกอุทธรณวา โจทกเปนลูกจางจำเลยที่ ๑ ดวยนั้น เห็นวา ศาลแรงงานกลาง
ฟงขอเท็จจริงวา ตามหนังสือการแตงตั้งใหโจทกเปนผูจัดการฝายสัญญาผูชวย ผูที่รับโจทกเขาทำงาน
นั้นคือจำเลยที่ ๒ แสดงใหเห็นวาจำเลยที่ ๑ ไมใชนิติบุคคลที่ตกลงรับโจทกเขาทำงาน แมโจทก
จะนำสืบวาจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เปนบริษัทลูกของบริษัทแมในประเทศมาเลเซียและจดทะเบียน
จัดตั้งในวันเดียวกันและมีสำนักงานแหงใหญเดียวกันก็ตาม ก็หาทำใหจำเลยที่ ๑ เปนนายจาง
โจทก อีกทั้งปรากฏตามหนังสือการสงเงินสมทบวาจำเลยที่ ๒ เปนนายจางโจทกผูจายคาจางและ
เงินสมทบ หาใชจำเลยที่ ๑ ไม และจากขอเท็จจริงก็ไมปรากฏวาโจทกกับจำเลยที่ ๑ มีนิติสัมพันธ
เปนนายจางลูกจางตามสัญญาจางแรงงาน จำเลยที่ ๑ ไมใชนายจางโจทก อุทธรณของโจทกจึง
เปนอุทธรณโตเถียงขอเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟงมาดังกลาวขางตนเพื่อใหศาลอุทธรณคดี
ชำนัญพิเศษรับฟงขอเท็จจริงใหมใหเปนไปตามที่โจทกอุทธรณ จึงเปนอุทธรณโตแยงดุลพินิจใน
การรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางเพื่อนำไปสูขอกฎหมายวาโจทกเปนลูกจางจำเลย
ที่ ๑ หรือไม อันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง
ศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง สวนที่โจทกอุทธรณ
ตอไปวา โจทกมีสิทธิไดรับเงินจากจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กรณีที่บริษัทแมในประเทศมาเลเซียแตงตั้ง
โจทกใหเปนกรรมการผูมีอำนาจของจำเลยที่ ๑ และจะจายเงินใหในนามของจำเลยที่ ๑ เดือนละ
๕๐,๐๐๐ บาท นั้น เมื่อศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา หนังสือแตงตั้งใหโจทกเปนกรรมการ
บริษัทในเครือบริษัทจำเลยที่ ๑ มีขอความระบุชัดเจนวา เปนหนังสือของบริษัทพรินซิพเทค
คอรปอเรชั่น เบอรฮัด ซึ่งอยูที่ประเทศมาเลเซีย ลงนามโดย ดาโตะ ฟู กรรมการผูจัดการ แตงตั้ง
ใหโจทกเปนกรรมการบริษัทในเครือบริษัทจำเลยที่ ๑ และจะชำระเงินคาตอบแทนแกโจทกในนาม
ของจำเลยที่ ๑ และการแตงตั้งนี้และขอกำหนดที่เกี่ยวของทั้งหมดอยูภายใตกฎหมายมาเลเซีย
จะเห็นไดวา หนังสือแตงตั้งโจทกดังกลาวไมไดเกี่ยวของกับจำเลยที่ ๒ ซึ่งเปนนายจางโจทก
สวนจำเลยที่ ๑ มิใชนายจางโจทก โจทกจึงไมมีสิทธิเรียกรองเงินคาตอบแทนดังกลาวจากจำเลย
ที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณของโจทกในสวนนี้เปนการโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของ
๔๗

