Page 58 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 58

ศาลแรงงานกลาง อันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติ

              จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง เชนเดียวกัน
              ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกวา โจทกกระทำผิดวินัยกรณีรายแรงฐานฝาฝน

              คำสั่งอันชอบดวยกฎหมายของนายจางอันเปนการฝาฝนระเบียบขอบังคับของจำเลยที่ ๒ หรือไม

              เห็นวา ตามสัญญาจางระหวางจำเลยที่ ๒ กับโจทกฉบับลงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๙ มีขอความ

              ระบุตามสัญญาจาง ขอ ๕ สถานที่จางงานวา ... จำเลยที่ ๒ สงวนสิทธิที่จะโยกยายโจทกไปยัง
              สถานที่จางงานอื่นหรือสถานที่หรือตำแหนงงานอื่นตามที่เห็นสมควร และทายสัญญามีขอความ

              ระบุอีกวา โจทกผูลงลายมือชื่อขางลางนี้ยืนยันวาตกลงยอมรับการแตงตั้งขางตนและตกลงผูกพัน

              ตามขอกำหนดและเงื่อนไขที่กลาวมานี้ ... นั้น ขอตกลงระหวางโจทกกับจำเลยที่ ๒ ดังกลาวเปน
              เพียงขอตกลงที่ใหสิทธิจำเลยที่ ๒ สามารถโยกยายโจทกไปทำงานในสถานที่ทำงานอื่นของจำเลย

              ที่ ๒ เทานั้น มิใชมีความหมายวาจำเลยที่ ๒ มีสิทธิที่จะโยกยายโจทกไปทำงานยังประเทศมาเลเซีย

              กับนายจางอื่นอันเปนการโอนสิทธิความเปนนายจางไปใหบุคคลภายนอกได ดังนั้น เมื่อจำเลย

              ที่ ๔ ซึ่งเปนกรรมการผูมีอำนาจของจำเลยที่ ๒ มีคำสั่งโยกยายโจทกใหไปทำงานที่สำนักงานใน

              ประเทศมาเลเซียตามคำสั่งยายโจทกผานโปรแกรมวอตสแอปปทางโทรศัพทเคลื่อนที่จากจำเลย
              ที่ ๔ กรณีจึงเปนไปตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๕๗๗ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติวา

              “นายจางจะโอนสิทธิของตนใหแกบุคคลภายนอกก็ไดเมื่อลูกจางยินยอมพรอมใจดวย” เมื่อได

              ความวาโจทกไมยินยอมและไมไปทำงานตามคำสั่งจำเลยที่ ๔ โจทกจึงไมมีความผิดฐานขัดคำสั่ง
              นายจางเปนกรณีรายแรงแตอยางใด การออกคำสั่งของจำเลยที่ ๔ กรรมการผูมีอำนาจของจำเลย

              ที่ ๒ ดังกลาวเปนคำสั่งที่มิชอบดวยกฎหมาย โจทกจึงมิไดกระทำผิดระเบียบขอบังคับ แตการที่

              จำเลยที่ ๔ มีคำสั่งใหโจทกกลับไปทำงานที่ประเทศมาเลเซียและไมจายเงินเดือนใหแกโจทกจึง

              ถือวาจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๔ ในฐานะกรรมการผูมีอำนาจเลิกจางโจทกแลว ที่ศาลแรงงานกลาง

              วินิจฉัยวาโจทกขัดคำสั่งโดยชอบดวยกฎหมายของจำเลยที่ ๔ ในฐานะกรรมการผูมีอำนาจของ
              จำเลยที่ ๒ นายจาง และโจทกไมมาปฏิบัติงานตามคำสั่งดังกลาวและขาดงานมาโดยตลอดอันเปน

              ความผิดวินัยกรณีรายแรงตามสัญญาจาง จำเลยที่ ๒ เลิกจางโจทกไดโดยไมตองจายคาชดเชย

              และสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา และถือไมไดวาเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรมนั้น ศาล
              อุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมเห็นพองดวย อุทธรณของโจทกในขอนี้ฟงขึ้น เมื่อไดวินิจฉัยแลววา

              โจทกไมไดกระทำผิดฐานฝาฝนคำสั่งของนายจางอันชอบดวยกฎหมายและเปนธรรมกรณีที่รายแรง

              ตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ วรรคหนึ่ง (๔) จึงถือวาเปนการ


                                                      ๔๘
   53   54   55   56   57   58   59   60   61   62   63