Page 610 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 610

เตือนโจทกที่ ๑ และโจทกที่ ๒ ใหชดใชคาสินไหมทดแทนดังกลาว ตามสำเนาหนังสือที่

              กษ ๑๗๐๕.๓/๙๑๘ และสำเนาหนังสือที่ กษ.๑๗๐๕.๓/๓๔๘๕  แตโจทกทั้งสองไมชำระหนี้ภายใน

              กำหนดเวลา จำเลยจึงใชมาตรการบังคับทางปกครองโดยมีคำสั่งแตงตั้งเจาพนักงานบังคับคดียึด
              และอายัดทรัพยสินของโจทกทั้งสองตามสำเนาคำสั่งองคการสะพานปลาที่ ๒๑/๒๕๕๗ ที่ ๕๕/๒๕๕๙

              และสำเนาคำสั่งองคการสะพานปลาที่ ๑๖๑/๒๕๕๙ ตามลำดับ การที่โจทกที่ ๑ ใหถอยคำในฐานะ

              พยานไวแลวในการสอบสวนวินัยแกนายสมชาย ตามสำเนาบันทึกถอยคำของพยานของฝาย

              กลาวหา/ฝายผูถูกกลาวหา  ถือไดวาจำเลยใหโอกาสแกโจทกที่ ๑ ที่จะชี้แจงโตแยงแลว โจทกที่ ๑
              เปนหัวหนาแผนกการเงินซึ่งเปนผูบังคับบัญชาโดยตรงของนายสมชาย มีหนาที่ตรวจสอบ

              รายรับ-รายจาย บันทึกบัญชีรับ-จาย ลงสมุดบัญชีแตละราย จัดทำใบรับ-จาย และเงินฝาก

              ประจำวัน กับควบคุมตรวจสอบใหนายสมชายปฏิบัติงานใหเปนไปตามขอบังคับองคการสะพานปลา

              วาดวยการรับเงิน การจายเงินและการเก็บรักษาเงิน พ.ศ. ๒๕๕๐ แตโจทกที่ ๑ ปลอยปละละเลย
              มิไดควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของนายสมชายใหนำเงินที่จัดเก็บสงแกจำเลยใหถูกตองครบถวน

              จนเปนชองทางใหนายสมชายกระทำการเบียดบังเงินของทางราชการไปไดโดยงาย การกระทำ

              ของโจทกที่ ๑ จึงเปนประมาทเลินเลอ เปนเหตุใหจำเลยไดรับความเสียหายอยางรายแรง คำสั่ง

              เรียกใหโจทกที่ ๑ ชำระเงินเปนไปตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่
              พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๑๐ ประกอบมาตรา ๘ แลว สวนโจทกที่ ๒ นั้น จำเลยใหโอกาสชี้แจงขอเท็จจริง

              และโตแยงแสดงพยานหลักฐานอยางเพียงพอและเปนธรรมแลว การที่โจทกที่ ๒ เปนผูจัดการ

              สำนักงานสะพานปลากรุงเทพปลอยปละละเลยใหนายสมชายกระทำผิดระเบียบ เก็บเงินผูประกอบ

              กิจการแพปลาแลวไมนำสงแกจำเลยตามระเบียบขอบังคับของจำเลย ไมมีมาตรการควบคุมตรวจสอบ
              การชำระหนี้และหนี้คางชำระเพื่อปองกันความเสียหายแกจำเลย จึงเปนการกระทำประมาทเลินเลอ

              เปนเหตุใหจำเลยไดรับความเสียหายอยางรายแรง  ตองรับผิดตามพระราชบัญญัติความรับผิด

              ทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๑๐ ประกอบมาตรา ๘ การกำหนดสัดสวนความ

              รับผิดเพื่อละเมิดในสวนของโจทกที่ ๒ เปนการชอบแลว ไมมีเหตุจะเพิกถอนคำสั่งและหนังสือ
              ตามฟองของโจทกทั้งสอง และจำเลยไมตองชดใชคาเสียหายตามฟองแกโจทกทั้งสอง สวนที่

              โจทกที่ ๒ ขอใหวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องตนในปญหาขอกฎหมายเรื่องอายุความนั้น โจทกที่ ๒ ไมได

              ใหการตอสูไว จึงไมเปนประเด็นที่จะชี้ขาดในปญหาขอกฎหมายนี้ได

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกทั้งสองในสวนของโจทกที่ ๑ วา มีเหตุให
              เพิกถอนหนังสือที่ กษ ๑๗๐๔.๒/๓๕๖๘ หนังสือที่ กษ ๑๗๐๕.๓/๙๑๘ คำสั่งองคการสะพานปลา

              ที่ ๖๑/๒๕๕๗ และคำสั่งองคการสะพานปลาที่ ๕๕/๒๕๕๙ หรือไม เห็นวา พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ


                                                     ๖๐๐
   605   606   607   608   609   610   611   612   613   614   615