Page 605 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 605

ปญหาประการแรกที่ตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกและจำเลยที่ ๒ ที่อุทธรณ

              ในประเด็นเดียวกันมีวา โจทกมีอำนาจฟองจำเลยที่ ๑ หรือไม โจทกและจำเลยที่ ๒ อุทธรณในทำนอง

              เดียวกันสรุปความไดวา โจทกฟองเรียกคาเสียหายจากการเลิกจางโดยไมเปนธรรมจากจำเลย
              ทั้งสองเปนการใชสิทธิตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

              มาตรา ๔๙ มิใชเปนการฟองเกี่ยวกับขอพิพาทตามสัญญาจางแรงงานโจทกยอมมีอำนาจนำคดี

              มาฟองยังศาลแรงงานกลางไดโดยไมตองผานการระงับขอพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการกอน

              เห็นวา ขอตกลงที่เปนสวนหนึ่งของสัญญาจางแรงงานระหวางโจทกกับจำเลยที่ ๑ มีขอความ
              เพียงวา “ขอพิพาทใด ๆ ที่อาจมีขึ้นจากสัญญา ละเมิด หรือในทางกฎหมายอันเกี่ยวกับสัญญา

              ฉบับนี้ หรือจากการตีความ ความถูกตองสมบูรณ การผิดสัญญา หรือการบอกเลิกสัญญาฉบับนี้

              หรือขอสัญญาอื่นใดจะตองถูกนำขึ้นสูอนุญาโตตุลาการ...” จากขอตกลงดังกลาวโจทกและจำเลยที่ ๑

               ประสงคจะใหมีการระงับขอพิพาทระหวางกันโดยวิธีอนุญาโตตุลาการเฉพาะขอพิพาทที่เกิดจาก
              สิทธิตามสัญญาจางแรงงานเทานั้น คดีนี้เปนคดีที่โจทกฟองเรียกใหจำเลยทั้งสองชำระคาเสียหาย

              จากการเลิกจางโดยไมเปนธรรม อันเปนการใชสิทธิตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ

              วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ มิใชการฟองเกี่ยวกับสิทธิตามสัญญาจางแรงงาน

              จึงมิใชขอพิพาทตามขอตกลงเรื่องอนุญาโตตุลาการในสัญญาจางแรงงาน โจทกจึงนำคดีมาสู
              ศาลแรงงานกลางไดโดยไมตองเสนอคดีตออนุญาโตตุลาการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดกอน โจทกจึงมี

              อำนาจฟองจำเลยที่ ๑ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมเห็นพองดวย

              อุทธรณของโจทกและจำเลยที่ ๒ ฟงขึ้น

                       ปญหาประการที่สองที่ตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกมีวา การเลิกจางโจทกเปนการ
              เลิกจางโดยไมเปนธรรมหรือไม ที่โจทกอุทธรณวา จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาจางโจทกหลายฉบับ

              ตอเนื่องกันเปนเวลานาน เปนสัญญาจางแรงงานที่ไมมีกำหนดระยะเวลาแนนอน ทั้งจำเลยที่ ๒

               มิไดประสบปญหาขาดทุนจนถึงขนาดไมสามารถประกอบธุรกิจตอไปได การที่จำเลยที่ ๑

              เลิกจางโจทกจึงเปนการเลิกจางโดยไมเปนธรรมนั้น เห็นวา แมจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาจางโจทกทำงาน
              เปนลูกจาง โดยมีกำหนดระยะเวลาเริ่มตนและสิ้นสุดไวชัดเจน เมื่อครบกำหนดก็ตอสัญญาจาง

              อีกคราวละ ๑ ปเรื่อยมา และสัญญาจางฉบับสุดทายกำหนดระยะเวลาการจางไว ๖ เดือน ตั้งแต

              วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ อันเปนสัญญาจางที่มีกำหนดระยะเวลา

              เริ่มตนและสิ้นสุดไวก็ตาม แตในสัญญาจางทุกฉบับลวนมีขอความใหสิทธิจำเลยที่ ๑ และโจทก
              มีสิทธิจะบอกเลิกสัญญาโดยการสงหนังสือบอกกลาวการบอกเลิกสัญญาเปนลายลักษณอักษร

              ลวงหนาเปนเวลา ๓๐ วัน จากขอตกลงดังกลาวยอมมีผลเปนการไมแนนอนวาสัญญาจาง


                                                     ๕๙๕
   600   601   602   603   604   605   606   607   608   609   610