Page 606 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 606

จะสิ้นสุดลงเมื่อใด เพราะคูสัญญาอาจบอกเลิกสัญญากอนครบกำหนดได จึงไมใชเปนสัญญาจาง

              แรงงานที่มีกำหนดระยะเวลาแนนอน แตเปนสัญญาจางแรงงานที่ไมมีกำหนดระยะเวลาแนนอน

              อยางไรก็ดี จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาใหบริการและคำสั่งใหบริการกับจำเลยที่ ๑ เพื่อใหจำเลยที่ ๑
              จัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติและประสบการณที่เหมาะสม วาจางและจัดสงบุคลากรดังกลาวไป

              ทำงานใหแกจำเลยที่ ๒ ซึ่งประกอบกิจการเกี่ยวกับการสำรวจ ขุดเจาะ การวางทอสง แทนขุดเจาะ

              และการผลิตปโตรเลียมและกาซธรรมชาติ จำเลยที่ ๑ จางโจทกเพื่อสงไปทำงานกับจำเลยที่ ๒

              ในตำแหนงตัวแทนที่ไดรับอนุญาตจากบริษัทในดานกำกับดูแลการกอสราง ซึ่งบุคคลที่ทำงาน
              ในตำแหนงงานดังกลาวตองมีความรู ประสบการณ และความชำนาญดานการกอสราง ซึ่งเปน

              ความรูความสามารถเฉพาะดาน สัญญาจางแรงงานระหวางจำเลยที่ ๑ กับโจทกจึงทำขึ้นโดยมี

              วัตถุประสงคเพื่อสงโจทกไปทำงานใหแกจำเลยที่ ๒ เปนการเฉพาะ แมสัญญาจางระหวางจำเลยที่ ๑

              กับโจทกจะเปนสัญญาจางแรงงานที่ไมมีกำหนดระยะเวลาแนนอน แตตอมาจำเลยที่ ๒ แจง
              จำเลยที่ ๑ วาจะไมตอสัญญาที่ทำไวกับจำเลยที่ ๑ การบอกเลิกสัญญาดังกลาวยอมมีผลทำให

              จำเลยที่ ๑ หมดความจำเปนในการวาจางโจทก เนื่องจากจำเลยที่ ๑ ไมสามารถจัดสงโจทกไป

              ทำงานใหแกจำเลยที่ ๒ อีกตอไป เมื่อการจางงานระหวางจำเลยที่ ๑ กับโจทกทำขึ้นโดยมีวัตถุ

              ประสงคแหงสัญญาเพื่อทำงานใหแกจำเลยที่ ๒ เปนการเฉพาะ การที่จำเลยที่ ๑ เลิกจางโจทก
              เมื่อครบกำหนดในสัญญาจางแรงงานเพราะสาเหตุดังกลาว โดยบอกกลาวเปนลายลักษณอักษร

              ใหโจทกทราบลวงหนาไมนอยกวา ๓๐ วันตามขอตกลงในสัญญาจางแรงงานแลว ยอมนับไดวา

              เปนการเลิกจางโดยมีเหตุผลอันสมควรและเพียงพอที่จะเลิกจาง มิใชเปนการเลิกจางโดยไมเปนธรรม

              ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙
              ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นดวยในผล อุทธรณของโจทก

              ฟงไมขึ้น

                       ปญหาประการที่สามตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยที่ ๒ มีวา คำสั่งพนักงานตรวจ

              แรงงานมีผลผูกพันจำเลยที่ ๒ หรือไม จำเลยที่ ๒ อุทธรณวา ภายหลังพนักงานตรวจแรงงาน
              สอบสวนขอเท็จจริงและมีคำสั่งวาจำเลยที่ ๒ เปนนายจางโจทกและใหจายคาชดเชย จำเลยที่ ๒

              ไมพอใจคำสั่งนั้นจึงไดนำคดีมาฟองตอศาลแรงงานกลางเพื่อขอใหเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจ

              แรงงานดังกลาวแลว คดีอยูระหวางพิจารณาของศาลแรงงานกลาง คำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน

              ยังไมถึงที่สุดจึงไมมีผลผูกพันจำเลยที่ ๒ ในคดีนี้ เห็นวา พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน
              พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๒๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา เมื่อพนักงานตรวจแรงงานไดมีคำสั่งตาม

              มาตรา ๑๒๔ แลว ถานายจาง ลูกจาง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจางซึ่งถึงแกความตายไมพอใจ


                                                     ๕๙๖
   601   602   603   604   605   606   607   608   609   610   611