Page 612 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 612

ตามขั้นตอนหรือวิธีการอันเปนสาระสำคัญตามที่กฎหมายกำหนด ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ

              ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง ถือเปนคำสั่งที่ไมชอบดวยกฎหมาย

              และมีผลทำใหจำเลยไมมีสิทธิอาศัยคำสั่งที่ไมชอบดวยกฎหมายดังกลาวมาดำเนินการออก
              หนังสือเตือนตามหนังสือที่ กษ ๐๗๐๕.๓/๙๑๘ และใชมาตรการบังคับทางปกครองตามคำสั่ง

              องคการสะพานปลาที่ ๖๑/๒๕๕๗ และคำสั่งองคการสะพานปลาที่ ๕๕/๒๕๕๙ ที่ศาลแรงงานกลาง

              วินิจฉัยวา การที่โจทกที่ ๑ ใหถอยคำในฐานะพยานไวแลวในการสอบสวนทางวินัยแกนายสมชาย

              ถือไดวาจำเลยใหโอกาสแกโจทกที่ ๑ ชี้แจงโตแยงแลว และพิพากษายกฟองในสวนของโจทกที่ ๑
              ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมเห็นพองดวย กรณีมีเหตุสมควรใหเพิกถอนหนังสือที่ กษ ๑๗๐๔.๒/๓๕๖๘

              หนังสือที่ กษ ๑๗๐๕.๓/๙๑๘ คำสั่งองคการสะพานปลาที่ ๖๑/๒๕๕๗ และคำสั่งองคการสะพานปลาที่

              ๕๕/๒๕๕๙ ที่ไมชอบดวยกฎหมาย อุทธรณของโจทกทั้งสองในสวนของโจทกที่ ๑ ในขอนี้ฟงขึ้น

              สวนที่โจทกที่ ๑ อุทธรณขอใหบังคับจำเลยใชคาเสียหาย ๕๔,๒๘๐ บาท พรอมดอกเบี้ยแกโจทกที่ ๑ นั้น
              เห็นวา เมื่อเพิกถอนหนังสือและคำสั่งของจำเลยดังกลาวแลว จำเลยจึงไมมีสิทธิยึดและอายัด

              ทรัพยสินของโจทกที่ ๑ อีกตอไป โจทกที่ ๑ ยอมสามารถไปดำเนินการขอรับชำระหนี้ตาม

              คำพิพากษาไดตามขั้นตอน จึงยังไมเกิดความเสียหายที่จำเลยจะตองรับผิด อุทธรณของโจทก

              ทั้งสองในสวนของโจทกที่ ๑ ในสวนนี้ฟงไมขึ้น
                       ปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกทั้งสองในสวนของโจทกที่ ๒ มีวา ศาลแรงงานกลาง

              ไมรับวินิจฉัยในปญหาเรื่องอายุความเปนการชอบหรือไม เห็นวา โจทกที่ ๒ บรรยายฟองเพียงวา

              จำเลยเรียกใหโจทกที่ ๒ ชำระเงินโดยมิไดปฏิบัติใหถูกตองตามกฎหมาย ไมไดระบุวาโจทกที่ ๒

              กระทำผิดตามระเบียบขอบังคับใด เพียงแตอางความเห็นของกรมบัญชีกลาง การกำหนดให
              โจทกที่ ๒ รับผิดอัตรารอยละ ๕๐ ไมชอบดวยหนังสือของกระทรวงการคลัง เรื่อง แนวทางการ

              สอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามประเภทสำนวนการสอบสวน ลงวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๐

              และแนวทางการกำหนดสัดสวนความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ ลงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๐

              โจทกที่ ๒ ไมไดปฏิบัติหนาที่ดวยความประมาทเลินเลออยางรายแรง ตามคำฟองดังกลาว
              โจทกที่ ๒ ไมไดบรรยายใหเห็นวาคำสั่งของจำเลยที่ใหโจทกที่ ๒ ชำระเงินนั้น ขาดอายุความ

              ตั้งแตเมื่อใด เพราะเหตุใด จึงไมไดเปนการตั้งประเด็นไวในคำฟองวา คำสั่งของจำเลยที่ใหโจทกที่ ๒

              ชำระเงินขาดอายุความแลวหรือไม เพราะเหตุใด ซึ่งในปญหาเรื่องอายุความนี้ ไมใชปญหา

              ขอกฎหมายเกี่ยวดวยความสงบเรียบรอยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดไดเอง เมื่อ
              โจทกที่ ๒ ไมไดตั้งประเด็นมาในคำฟอง จึงไมอาจยื่นคำรองขอใหศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชี้ขาด

              เบื้องตนในปญหาขอกฎหมายในเรื่องนี้ ที่ศาลแรงงานกลางไมรับวินิจฉัยในปญหาเรื่องอายุความนั้น


                                                     ๖๐๒
   607   608   609   610   611   612   613   614   615   616   617