Page 611 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 611
ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “ในกรณีที่คำสั่งทางปกครอง
อาจกระทบถึงสิทธิของคูกรณี เจาหนาที่ตองใหคูกรณีมีโอกาสที่จะไดรับทราบขอเท็จจริงอยาง
เพียงพอและมีโอกาสไดโตแยงและแสดงพยานหลักฐานของตน” ขอเท็จจริงยุติตามคำฟองและ
คำใหการที่ตรงกันตามทางนำสืบของคูความที่ไมโตแยงกัน และตามที่ศาลแรงงานกลางฟงมาวา
ระหวางการสอบสวนทางวินิจฉัยแกนายสมชาย จำเลยเรียกโจทกที่ ๑ มาใหการเปนพยานตอ
คณะกรรมการสวบสวนทางวินัย ซึ่งโจทกที่ ๑ ใหการไวตามสำเนาบันทึกถอยคำของพยานของ
ฝายกลาวหา/ฝายผูถูกกลาวหา แลวคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเสนอความเห็นตอจำเลย
ใหมีคำสั่งไลออกแกนายสมชาย ตอมาจำเลยมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิด
ทางละเมิด ตามสำเนาคำสั่ง ซึ่งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดเสนอความ
เห็นตอจำเลยใหมีคำสั่งเรียกใหสมชายใชคาสินไหมทดแทน ๑,๒๐๐,๗๒๖.๓๐ บาท แกจำเลย
แตเห็นสมควรไมเรียกใหโจทกที่ ๑ รับผิด เพราะคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทาง
ละเมิดเห็นวาโจทกที่ ๑ ไมไดจงใจหรือประมาทเลินเลออยางรายแรง แตกรมบัญชีกลางพิจารณา
สำนวนการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดดังกลาวแลวเห็นวาโจทกที่ ๑ มิไดควบคุมดูแล
การปฏิบัติงานของนายสมชายซึ่งเปนผูใตบังคับบัญชาอยางเพียงพอจนทำใหจำเลยไดรับความ
เสียหาย เปนการกระทำประมาทเลินเลออยางรายแรง จึงใหจำเลยมีคำสั่งเรียกใหโจทกที่ ๑ รับผิด
ชดใชคาสินไหมทดแทนแกจำเลยดวยตามสัดสวนความรับผิดทางละเมิดเปนเงิน ๖๐๐,๓๖๐.๑๕ บาท
จำเลยจึงมีคำสั่งเรียกใหโจทกที่ ๑ ใชคาสินไหมทดแทน ๖๐๐,๓๖๓.๑๕ บาท แกจำเลยตาม
ความเห็นของกรมบัญชีกลางดังกลาว ตามสำเนาหนังสือที่ กษ ๑๗๐๔.๒/๓๕๖๘ โจทกที่ ๑
ไมชำระ จำเลยมีหนังสือเตือนแกโจทกที่ ๑ ตามหนังสือที่กษ ๑๗๐๕.๓/๙๑๘ และใชมาตรการ
บังคับทางปกครองโดยมีคำสั่งตั้งเจาพนักงานบังคับคดียึดและอายัดทรัพยสินของโจทกที่ ๑ ตาม
คำสั่งองคการสะพานปลาที่ ๖๑/๒๕๕๗ และคำสั่งองคการสะพานปลาที่ ๕๕/๒๕๕๙ แตจำเลย
ไมไดแจงขอกลาวหาหรือตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตอโจทกที่ ๑
และใหโอกาสโจทกที่ ๑ ที่จะชี้แจงขอเท็จจริงและโตแยงแสดงพยานหลักฐานของตนในฐานะ
เจาหนาที่ผูถูกกลาวหาวากระทำละเมิดตอหนวยงานของรัฐ กอนที่จำเลยจะออกคำสั่งตามหนังสือ
ที่ กษ ๑๗๐๔.๒/๓๕๖๘ แตอยางใด สวนกรณีที่โจทกที่ ๑ มีหนังสือลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๖
เรื่องโตแยงหนังสือบอกกลาวใหชำระคาสินไหมทดแทน แลวจำเลยตั้งคณะกรรมการพิจารณา
ความเห็นโตแยงหนังสือดังกลาวนั้นก็เปนกรณีโจทกที่ ๑ โตแยงภายหลังจำเลยมีคำสั่งใหโจทกที่ ๑
รับผิดใชคาสินไหมทดแทนแลว ถือไมไดวาเปนการใหโอกาสโจทกที่ ๑ ชี้แจงขอเท็จจริงและโตแยง
แสดงพยานหลักฐานของตนกอนที่จำเลยจะมีคำสั่งดังกลาว กรณีจึงเปนการออกคำสั่งโดยไมปฏิบัติ
๖๐๑

