Page 607 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 607
คำสั่งนั้น ใหนำคดีไปสูศาลไดภายในสามสิบวันนับแตวันทราบคำสั่ง และวรรคสอง บัญญัติวา
ในกรณีที่นายจาง ลูกจาง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจางซึ่งถึงแกความตายไมนำคดีไปสูศาล
ภายในกำหนด ใหคำสั่งนั้นเปนที่สุด บทบัญญัติทั้งสองวรรคดังกลาวเปนการเปดโอกาสหรือให
สิทธิแกนายจางหรือลูกจางที่ไมเห็นชอบดวยกับคำสั่งนำคดีไปฟองศาลเพื่อใหตรวจสอบคำสั่ง
ดังกลาวอีกชั้นหนึ่ง แตหากนายจางหรือลูกจางไมประสงคจะใชสิทธิดังกลาว แสดงวานายจาง
หรือลูกจางไมมีขอโตแยงคำสั่งดังกลาว คำสั่งนั้นใหเปนที่สุดและมีผลผูกพันนายจางและลูกจาง
แตสำหรับคดีนี้เมื่อพนักงานตรวจแรงงานสอบสวนขอเท็จจริงและมีคำสั่ง จำเลยที่ ๒ ไมพอใจ
จึงนำคดีไปสูศาลแรงงานกลาง เมื่อคดีอยูในระหวางพิจารณาของศาลแรงงานกลาง คำสั่งพนักงาน
ตรวจแรงงานจึงยังไมถึงที่สุด สวนการพิจารณาคดีแรงงานตองอยูภายใตบังคับของพระราชบัญญัติ
จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งบัญญัติไวโดยเฉพาะ ตามกฎหมาย
ดังกลาวหาไดมีบทบัญญัติใดกำหนดไววา หากเปนคดีที่นายจางหรือลูกจางนำคดีมาสูศาลแรงงาน
ตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๒๕ แลว ในการพิจารณาคดีของ
ศาลแรงงานตองพิจารณาขอเท็จจริงตามที่พนักงานตรวจแรงงานรับฟงยุติไวในสำนวนมีผลผูกพัน
นายจางและลูกจาง ดังนั้นเมื่อคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานยังไมถึงที่สุดยอมไมมีผลผูกพันโจทก
และจำเลยที่ ๒ ในคดีนี้ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในปญหานี้มานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษ
ไมเห็นพองดวย อุทธรณของจำเลยที่ ๒ ฟงขึ้น
พิพากษายืน.
(ยิ่งศักดิ์ โอฬารสกุล - พงษรัตน เครือกลิ่น - ดาราวรรณ ใจคำปอ)
ธัชวุทธิ์ พุทธิสมบัติ - ยอ
สุโรจน จันทรพิทักษ - ตรวจ
๕๙๗

